อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นตัวชูโรงสร้างรายได้เข้าประเทศมากมาย และสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศสูงเฉลี่ยถึงปีละ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19ทั้งในไทยและทั่วโลกต่างส่งผลกระทบกับภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างสูง จากที่นำเม็ดเงินเข้าสู้ประเทศปีละมากมายมหาศาล แต่ตอนนี้มูลค่าแทบจะเป็นศูนย์ และด้วยประเทศที่กำลังล็อคดาวน์ไม่มีการท่องเที่ยวเกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการกำลังวิกฤตอย่างหนัก
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวว่าปัจจุบันสถานะของผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งอุตสาหกรรมปิดกิจการชั่วคราวเกือบทั้งหมดแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการยังคงแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ค่าจ้างแรงงานทั้งหมดมาเป็นเวลา 2-3 เดือนแล้ว ทั้งนี้ มองว่าหากในอีก 2 เดือนข้างหน้าภาครัฐยังคงไม่มีมาตรการช่วยเหลืออาจมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่จำเป็นต้องปิดกิจการถาวร และมีการเลิกจ้างงานจำนวนมากเกิดขึ้น
“รัฐบาลออกโครงการเราไม่ทิ้งกัน เราก็ไม่อยากให้รัฐบาลทิ้งกัน และอยากให้ช่วยออกมาตรการเยียวยาในสัปดาห์หน้า เพื่อที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งหมดจะยังสามารถรักษาธุรกิจเอาไว้ได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศได้อีกครั้ง”
วิชิต กล่าวต่อว่า จากการเก็บข้อมูลขณะนี้พบว่า จำนวนแรงงานเฉพาะในกลุ่มสาขาธุรกิจบริษัททัวร์อินบาวนด์ (ขาเข้า), ทัวร์เอาต์บาวนด์ (ขาออก) และทัวร์ภายในประเทศ มีจำนวนกว่า 3 แสนคน จากจำนวนบริษัททัวร์ที่จดทะเบียนกว่า 15,000 บริษัทหากรัฐพิจารณาช่วยเหลือและจ่ายชดเชยให้กรณีว่างงานต่อคนที่ประมาณ 9 พันบาท ก็น่าจะใช้งบประมาณราว 2,700 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น
ส่วนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ได้ออกมาก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงอยากจะให้สถาบันการเงินผ่อนปรนกฎระเบียบให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้รายย่อยสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ตามที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบให้ 2 วิชาชีพ ในสาขาอาชีพการท่องเที่ยว คือ มัคคุเทศก์และโรงแรม เข้าเกณฑ์ปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัย และสามารถรับเงินชดเชยตามเกณฑ์ที่ประกันสังคมกำหนดไปแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวอีก 11 สาขาวิชาชีพท่องเที่ยว อาทิ ธุรกิจนำเที่ยว, รถขนส่ง, ร้านอาหาร ฯลฯ ยังไม่ถูกนับเข้าเกณฑ์ดังกล่าวนี้
ขณะที่กลุ่มธุรกิจทุกเซ็กเตอร์ในภาคท่องเที่ยวนั้นได้รับผลกระทบมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนมาถึงการแพร่ระบาดทั่วโลกขณะนี้ เช่นเดียวกับทั้งมัคคุเทศก์และโรงแรม ดังนั้นนอกจากเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยการประกาศให้อีก 11 วิชาชีพที่เหลือ ถูกนับเข้าเกณฑ์การปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัย เพื่อรับเงินชดเชยรายได้ให้พนักงานลูกจ้างด้วยเช่นกัน
ขอบคุณรูปภาพจาก http://nkjlxgfvsl.blogspot.com/









