ความเชื่อที่ว่าการเดินทางไปใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาจะนำมาซึ่งความร่ำรวยและความสุขนั้น กลายเป็นเพียงภาพลวงตาสำหรับหลายคน สำนวนที่ว่า “หญ้าอีกข้างหนึ่งของรั้วนั้นมักจะเขียวกว่าด้านที่เราอยู่เสมอ” มักทำให้คนไทยคาดหวังถึงชีวิตที่ดีกว่าโดยมองข้ามอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ ครูเอ๋ เบญจวรรณ ภูมิแสน ได้เขียนเล่าถึงประเด็นนี้ไว้ในหนังสือ “กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ” เพื่ออธิบายถึงความยากลำบากที่คนไทยต้องเผชิญ หลายคนต้องทำงานอย่างหนัก เดินทางไกล และต้องรับมือกับค่าครองชีพที่สูงลิ่ว โดยที่ยังขาดทักษะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเอาตัวรอด

ดาบสองคมของการใช้ชีวิตในต่างแดนและการเอาเปรียบ
เมื่อไร้ซึ่งความรู้ทางภาษา ประชาชนคนไทยจำนวนมากจึงตกเป็นเหยื่อของสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการเอารัดเอาเปรียบ ครูเอ๋ได้พบเห็นเคสที่น่าสลดใจมากมายตลอด 30 ปีของการทำงานเป็นล่ามศาล คนไทยหลายคนถูกหลอกลวงไปเป็นแรงงานมนุษย์ ถูกนายจ้างกดขี่ หรือต้องเผชิญกับปัญหาคดีความในศาลโดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันที่กระทบต่อสุขภาพ การสื่อสารกับแพทย์หรือบริษัทประกันเพื่อขอรับการรักษาก็กลายเป็นกำแพงอุปสรรคที่สูงชันจนแทบข้ามไม่พ้น

ภาษาคือเกราะป้องกันด้วยสัญชาตญาณแห่งแม่
ในสถานการณ์ที่มืดมนที่สุด ครูเอ๋ได้ก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่างให้กับคนไทยเหล่านั้น ด้วยสัญชาตญาณของการปกป้องของเพศแม่ที่ทนเห็นคนไทยถูกกลั่นแกล้งไม่ได้ เธอได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษและภาษาลาวที่เชี่ยวชาญเข้าช่วยเหลือพวกเขาอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าเคสจะมีความยากลำบากหรือสะเทือนอารมณ์เพียงใด ครูเอ๋ก็ไม่เคยย่อท้อ เธอทำงานอย่างเป็นมืออาชีพเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับคนไทยกว่า 3,000 เคส เพื่อให้พวกเขาได้รับความเป็นธรรมสูงสุดในสังคมต่างแดน

ถ่ายทอดเรื่องจริงผ่านแผ่นฟิล์ม
เพื่อตีแผ่เรื่องราวชีวิตที่หลายคนไม่เคยรับรู้ กลุ่มคนไทยในอเมริกาจึงได้ร่วมกันระดมทุนสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ล่าม The Thai Interpreter” โดยอ้างอิงจากชีวิตจริงของครูเอ๋และเคสต่างๆ ที่เธอเคยช่วยเหลือ ภาพยนตร์มุ่งเน้นให้เห็นถึงอิทธิพลของกำแพงภาษาที่มีต่อการดำเนินชีวิต และยกย่องบทบาทของล่ามที่เปรียบเสมือนฮีโร่ในชีวิตจริง เตรียมรับชมภาพยนตร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและข้อคิดสอนใจเรื่องนี้ได้ในวันแม่ 12 สิงหาคม ในโรงภาพยนตร์






