บล.เอเซีย พลัส ชี้ส่งออกไทย ม.ค.นิวไฮพุ่ง 24.4% จับตา กนง.คงดอกเบี้ย แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยพักฐาน ชูหุ้นเด่นรับอานิสงส์เทรดวอร์โมฆะ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางตลาดประจำวัน ระบุภาพรวมตลาดการลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเรื่อง AI Disruption ที่อาจกระทบกำไรภาคอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษี 15% ของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศของไทยกลับมีสัญญาณเชิงบวกที่โดดเด่น โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกเดือนมกราคมที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 24.4% ด้านตลาดหุ้นไทยแม้เผชิญแรงขายทำกำไรหลังดัชนีเข้าสู่เขต Overbought แต่ยังมีปัจจัยหนุนเชิงกลยุทธ์สำหรับหุ้นบางกลุ่ม
ตลาดโลกผันผวน กังวล AI และนโยบายภาษีทรัมป์ – จับตางบ NVIDIA เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เช่น ทองคำที่ปรับตัวขึ้น 2.3% แตะระดับ 5,337 เหรียญฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานแรงกว่า 1% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่ร่วงลงถึง 4.8% จากความกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด ประกอบกับมีความกังวลเรื่องสงครามการค้า (Trade War) ที่ทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในฝั่งเอเชียมีประเด็นที่น่าจับตาคือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มชิปหน่วยความจำ โดยราคา DRAM ช่วงต้นเดือน ก.พ. พุ่งขึ้นถึง 700% YoY ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มชิปในเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการรายงานผลประกอบการของหุ้น NVIDIA ซึ่งเป็นตัวสุดท้ายในกลุ่ม MAG7
ส่งออกไทย ม.ค. แกร่งทุบสถิติ – ลุ้น กนง. คงดอกเบี้ยรับเศรษฐกิจฟื้น สำหรับประเทศไทย มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้:
• ส่งออกทุบสถิติ: การส่งออกของไทยเดือน ม.ค. 2569 ขยายตัวโดดเด่นถึง 24.4% YoY (สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.2%) ผลักดันให้มูลค่าการส่งออกรวมทะลุ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สินค้าเด่นได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ตัดรายการทองคำออก การส่งออกยังเติบโตได้ถึง 19.1% YoY สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการผลิตจริง (Real Sector) ทว่าในฝั่งการนำเข้าก็ขยายตัวร้อนแรงถึง 29.4% YoY เช่นกัน ส่งผลให้ไทยยังคงขาดดุลการค้าที่ 3,303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• แนวโน้มดอกเบี้ยและเศรษฐกิจ: ตลาดคาดการณ์ (Consensus 86%) ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ 1.25% สอดคล้องกับการที่สภาพัฒน์ฯ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย GDP ของไทยในปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% (จากเดิม 1.7%) ซึ่งส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้
กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดพักฐาน แนะสะสมหุ้นเด่นรับ “Trade War โมฆะ” ทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ตอบรับเชิงบวกในระยะสั้นจากประเด็นการเก็บภาษีที่เป็นโมฆะ แต่ถูกแรงขายทำกำไรกดดันดัชนี เนื่องจากดัชนีปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหญ่ที่ 1,506 จุด ประกอบกับหุ้นเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด
(ประมาณ 45%) มีค่า RSI เข้าสู่เขต Overbought (ซื้อมากเกินไป) ทำให้ดัชนีผ่านไปได้ยาก ประเมินแนวรับเบื้องต้นบริเวณ 1,450 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,430 จุด ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยที่นักลงทุนต่างชาติสะสมมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง
หุ้นเด่นที่แนะนำ (Top Picks): แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นเด่นที่ได้รับอานิสงส์จากประเด็น Trade War เป็นโมฆะ ได้แก่ TU, ITC, COCOCO, DELTA, HANA และ RCL พร้อมทั้งให้หุ้น PTT, BBL และ ITC เป็นกลุ่ม Prime Pick สำหรับการลงทุนในรอบนี้









