ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ผู้นำบราซิล เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีวี บราซิล ของทางการว่า เมื่อวันอาทิตย์รู้สึกไม่สบาย อุณหภูมิสูงประมาณ 38 องศา จึงรับประทานยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรีย ที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19
ต่อมาในวันจันทร์ เขาเข้ารับการตรวจจากแพทย์ ปรากฎว่าผลเป็นบวกติดเชื้อโควิด-19 แต่เขายืนยันว่ายังมีสุขภาพแข็งแรงดี มีอาการไข้เล็กน้อย ขณะที่ภริยาของประธานาธิบดีบราซิล เข้ารับการตรวจอาการด้วย
นายโบลโซนารู เป็นนักการเมืองฝ่ายขวาแนวประชานิยม ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย จากการแสดงท่าทีฝ่าฝืนมาตรการเข้มงวดต่อต้านไวรัสโควิด-19 เขาต่อต้านกฎการรักษาระยะห่างทางสังคมด้วย โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ แม้ว่าเขาจะถูกศาลสูงออกคำสั่งให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโบลโซนารู เคยระบุว่า “ต่อให้ผมติดมา ผมก็คงไม่กังวลมาก เพราะคงไม่รู้สึกอะไร คิดว่าอย่างมากคงรู้สึกเหมือนเป็นหวัดเล็ก ๆ ไม่ก็ไข้หวัด” โดยเมื่อครั้งนั้นปริมาณผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในบราซิล ยังต่ำกว่า 3,000 ราย และมีผู้ติดเชื้อสะสมไม่ถึง 4 หมื่นคน
แม้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ประธานาธิบดีโบลโซนารู เคยเถียงว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์นั้นสูงกว่าผลกระทบจากไวรัสก่อโรคโควิด-19 พร้อมกล่าวหาสื่อมวลชน ว่าสร้างความตื่นตระหนกและตื่นกลัวให้กับประชาชน
ทั้งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายโบลโซนารู เข้าร่วมงานสังคม และพิธีการหลายงานรวมถึงได้ร่วมงานเลี้ยงกับนายท็อดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำบราซิล ฉลองวันชาติสหรัฐฯ 4 ก.ค. จากภาพถ่ายที่ปรากฎในสื่อต่างๆ แสดงให้เห็นว่า ทั้งนายโบลโซนารูและนายแชปแมน ต่างก็ไม่สวมหน้ากากอนามัย
ขณะที่เมื่อวันจันทร์ สถานทูตสหรัฐฯในกรุงบราซิเลีย แถลงทางทวิตเตอร์ว่า นายแชปแมนร่วมรับประทานอาหารมื้อกลางวันระหว่างงานเลี้ยงฉลองวันชาติสหรัฐฯกับนายโบลโซนารู รวมทั้งรัฐมนตรี 5 คนของบราซิล และนายเอดูอาร์โด โบลโซนารู สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้นำบราซิล แถลงการณ์ ระบุว่า นายแชปแมนไม่มีอาการไข้ แต่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และดำเนินมาตรการป้องกัน
สำหรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 บราซิล เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 1,674,655 คน และมีผู้เสียชีวิต 66,868 ราย









