ไวรัสโควิด19แรงจริง!รบ.ใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมหากเอาไม่อยู่อาจมี“เคอร์ฟิว”คุม!

นายกฯ ใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีอำนาจประกาศ “เคอร์ฟิว” เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านที่ประชุมครม.แบบวิดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ เริ่ม 26 มี.ค.-26 เม.ย. 63 เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมใช้อำนาจจัดการ การกักตุน จำหน่ายสินค้าเกินราคา รวมทั้งข่าวเฟคนิวส์ ตามอำนาจของกฏหมายนี้

Advertisement

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในรูปแบบใหม่ จากเดิมรัฐมนตรีทุกคนจะต้องมาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล แต่วันนี้เป็นการประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ ที่ห้อง 301 ตึกบัญชาการ ซึ่งในการประชุมนี้มีเพียงรองนายกรัฐมนตรีที่เข้าร่วม ขณะที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงให้อยู่ในกระทรวงของแต่ละคน ซึ่งเป็นมาตรการ หนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดยที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนเมษายน เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยเบื้องต้นจะใช้ 14 มาตรการ เพื่อจำกัดการเดินทางเคลื่อนย้ายของประชาชนซึ่งจะทำให้เชื้อยิ่งแพร่กระจาย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดวันนี้ เพิ่มขึ้น 106 ราย จนมีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 827 ราย ซึ่งมีทั้งแพทย์และพยาบาลติดเชื้อด้วย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสมเป็น 4 รายโดยเบื้องต้นยังไม่ได้ห้ามประชาชนออกจากบ้าน แต่ถ้ายังระบาดมากกว่านี้ก็สามารถประกาศห้ามได้

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

สำหรับพ.ร.ก..ฉบับดังกล่าว ให้อำนาจพิเศษในการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือ “เคอร์ฟิว” สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ สั่งปิดเส้นทางคมนาคม ห้ามชุมนุมมั่วสุม หรือไปรวมตัวกันจำนวนมาก ๆ ห้ามนำเสนอข่าวสารที่กระทบกับสถานการณ์ ห้ามใช้อาคารสถานที่ตามที่กำหนด รวมถึงประกาศให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น “เจ้าพนักงาน” ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้นด้วย