แถลงนโยบายเดือด “บิ๊กตู่” ฉุนประกาศตัดพี่ตัดน้อง “เสรีพิศุทธ์” หลังอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ ซัดไม่ให้เกียรติ หยาบคาย อวดอ้างอำนาจ ก่อนเดินออกห้องประชุมทันที
ที่ห้องประชุมรัฐสภาชั่วคราว อาคารหอประชุมบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
โดยในช่วงค่ำระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ทำให้มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงหลายครั้ง โดยเฉพาะ ในประเด็นที่กล่าวหาว่า โกงเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาล ทำให้ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงขอให้ถอนหลายครั้ง แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันไม่ถอนคำพูด
ทำให้มีการประท้วงไปมาระหว่าง ส.ส.ซีกรัฐบาล รวมไปถึง ส.ว. กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และขอให้นายพรเพชร วินิจฉัย แต่นายพรเพชร ระบุว่า เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ถอนก็บึนทึกเอาไว้ ซึ่งหากพูดไม่จริงต้องรับผิดชอบเอง
จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ ประธานมีความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ท่านก็รู้ตัวว่าท่านมาจากไหน ขอให้เป็นกลางด้วย แต่เพื่อไม่ให้สภาวุ่นวาย จึงขอจบประเด็นคุณสมบัตินายกฯ ซึ่งที่ตนพูดก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านเล่ากันมา ถ้าเป็นตนคงไม่หน้าด้านเป็นนายกฯต่อ ก่อนที่ ส.ส.พลังประชารัฐจะรุมประท้วง
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นอภิปราย โดยไม่ขออนุญาติประธานและชี้ไปที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่า อย่าชี้มาที่ผมให้พูดกับประธานโน่น โดยพลเอกประยุทธ์ กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเชียวว่า ผมไม่ได้ชี้ ผมทนฟังมานานแล้ว ผมกับท่าน ผมรู้จักกับท่านมานานแล้ว แต่งงานวันเดียว สมรสพระราชทานวันเดียวกัน เป็นรุ่นพี่ผม แต่วันนี้ถือว่าไม่เป็นรุ่นพี่ผมอีกแล้ว เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติผมเลย ตั้งแต่บอกว่าจะชักปืนยิง ถ้าทำจริงก็ติดคุก เหรียญรามาฯท่านได้ผมก็ได้ แต่ไม่พูด ผลงานต่างๆผมมีมากมาย พูดจาหยาบคาย อวดอ้างอำนาจ ก่อนพลเอกประยุทธ์ จะหยุด และจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน พล.อ.ประยุทธ์ได้พยายามนั่งฟังในห้องประชุมและจดรายละเอียดตลอด ยกเว้นช่วงออกไปรับประทานอาหารกลางวัน อย่างไรก็ตาม บางช่วงในการฟังการอภิปรายจากฝ่ายค้านพล.อ.ประยุทธ์เก็บอารมณ์ไม่อยู่ แสดงออกมาทางสีหน้า บางครั้งก็เบ้ปาก ทำตาขวางไม่พอใจ แต่พล.อ.ประวิตรซึ่งนั่งอยู่ข้างข้างตลอดเวลาได้คอยสะกิดเตือน และทำหน้ายิ้มใส่ เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์อารมณ์ดี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์จึงได้คายอารมณ์ลง









