สินค้าออนไลน์ -สำแดงเท็จ-หนีภาษี“ศุลกากร”คุมเข้มผิดซ้ำปรับหนัก

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

กรมศุลกากรเตรียม คุมเข้มการนำเข้าสำแดงเท็จ -หนีภาษี -สินค้าออนไลน์ ผิดสองครั้ง ส่งฟ้องศาล ปรับ 2-4 เท่าของราคาสินค้า พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลบริการออนไลน์ 1 ก.ย.แชร์ระบบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวระหว่างร่วมงานสัมมนา “Digital Customs 2018” ว่า ในวันที่ 1 กันยายนนี้ กรมศุลกากรเตรียมเริ่มใช้ระบบออนไลน์ในพิธีการศุลกากรกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้บริการนำเข้า ส่งออกสินค้า ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลโยงกับหลายหน่วยงาน โดยเตรียมออกประกาศยกเลิกเกณฑ์ระงับคดีในเร็วๆนี้ เพื่อเปิดโอกาสทำผิดได้เพียงครั้งแรก หากกระทำผิดซ้ำลักลอบหนีภาษีครั้งที่ 2 อีก จะทำสำนวนส่งฟ้องศาลพิจารณาความผิดทางอาญา ปรับ 2-4 เท่าของราคาสินค้า และโทษอื่นๆ โดยไม่มีการเจรจาผ่อนปรนเรื่องระงับคดีในชั้นของศุลกากร

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร

ขณะนี้การสั่งซื้อสินค้า E-Commerce แบบสั่งพรีออร์เดอร์เติบโตสูงขึ้น ปัจจุบันนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจัดส่งทางไปรษณีย์ไม่เกิน 1,500 บาทต่อช้ินไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่เริ่มจัดเก็บภาษีแนวทางดังกล่าวนับว่ายอดรายได้ภาษีประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมไม่ได้จัดเก็บภาษีดังกล่าว สินค้าเร่ิมไหลผ่านไปษณีย์หลักสี่และไปรษณรีย์หัวลำโพง เพื่อลดความแออัดการเดินทางไปเสียภาษีที่ไปรษณีย์ จึงใช้ระบบออลไน์แจ้งยอดเสียภาษีไปยังที่อยู่ และให้ผู้สั่งซื้อจ่ายภาษีผ่าน E-Payment ให้กับกรมศุลกากร ขณะนี้ตรวจพบว่ามีการซื้อขายกัญชาในสหรัฐ เป็นแบบเสรี จึงแพร่กระจายเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น จีงตรวจพบการส่งกัญชาจากสหรัฐ ยาไอซ์จากสหภาพยุโรป นับว่าสูงนับร้อยช้ินต่อเดือน จึงได้ปรับใช้ระบบออนไลน์ ส่งข้อมูลให้ตรวจพิกัดสินค้า และส่งในเรียเก็บภาษีไปยังบ้านอยู่อาศัย และเสียภาษีผ่าน E-Payment มายังกรมศุลกากร โดยไม่ต้องเกินทางไปยังไปรษณีย์หลักสี่

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

 

นอกจากนี้ยังตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวศุลกากร เพื่อบริหารความเสี่ยง ติดตามดูการสำแดงสินค้าเท็จ การลักลอบหนี้ภาษีผ่านหลายช่อง เช่นติกการการเดินทางในช่วง 180 วัน หากเดินทางเข้าออกต่างประเทศถึง 140 วันไปยังประเทศกลุ่มเป้าหมายที่จับตา จะต้องขอตรวจดูสินค้านำเข้าติดตัวเข้ามาผ่านสนามบิน โดยไม่ต้องเสียเวลาติดตามผู้โดยสารจำนวนมาก กลุ่มที่ขึ้นบัญชีแบล็กลีส จะส่งรายชื่อไปยังด่านศุลกากรทุกแห่งทั่วประเทศ

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

กรมศุลกากรยังเดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลกับหลายหน่วยงานตามนโยบาย NSW (National Single Window) เตรียมเริ่มใช้กับทุกหน่วยงานรัฐ ที่ต้องออกใบอนุญาตนำเข้า ส่งออกสินค้า เพื่อลดปัญหาการใช้เอกสารซ้ำซ้อน จึงกำหนดให้ผู้ส่งออก นำเข้า แจ้งเอกสารหลักที่กรมศุลกากร จากนั้นจะแชร์ข้อมูลดังกล่าวเชื่อมไปยังทุกหน่วยงาน นำร่องสินค้าวัตถุอันตราย สินค้าเกษตร เป็นสินค้าที่ต้องขอใบอนุญาต อย. และด้านเกษตร ขณะนี้เชื่อมข้อมูลแล้ว 8 หน่วยงาน จากนั้นจะเริ่มทะยอยใช้เต็มรูปแบบในปี 62 ครบทุกหน่วยงาน 33 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกนำเข้าส่งออกสินค้า ลดการใช้เอกสารซ้ำซ้อน No Coppy เพื่อใช้เอกสารสำหรับออกใบอนุญาตเฉพาะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง