กรมศุลลากร ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุม ยาอี กัญชา น้ำมันกัญชง ที่ส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทส โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นทาง จำนวน 40 คดี รวมมูลค่าประมาณ 23 ล้านบาท
นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายปกป้องสังคมให้ปลอดภัยด้วยระบบควบคุมทางศุลกากร โดยเฉพาะยาเสพติดให้โทษ พบว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2561 ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สามารถตรวจยึดและจับกุมยาเสพติดประเภทยาอี กัญชา และน้ำมันกัญชง ที่ส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ จึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการขยายผลจับกุมและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งสิ้นจำนวน 40 คดี มูลค่าของกลางกว่า 22,993,960 บาท

สำหรับผลการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดประเภทยาอี (ECSTASY) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีการลักลอบนำเข้าผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ซุกซ่อนมาในกล่องของขวัญ ส่งมาจากประเทศเบลเยียมและประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 11 คดี จำนวน 31,570 เม็ด มูลค่าของกลาง 22,0099,000 บาท โดยสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหา ได้จำนวน 3 คดี จำนวน 8,870 เม็ด และสามารถตรวจยึดได้จำนวน 8 คดี จำนวน 22,700 เม็ด

ในส่วนของกัญชา ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีการลักลอบนำเข้าโดยการซุกซ่อนในกล่องของเล่นและของใช้ส่วนบุคคล ส่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งสิ้น จำนวน 16 คดี น้ำหนักรวม 8.20 กิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 811,800 บาท โดยจับกุมได้จำนวน 10 คดี น้ำหนักรวม 5.11 กิโลกรัม ซึ่งขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คดี และยังสามารถตรวจยึดได้อีก 6 คดี น้ำหนักรวม 3.09 กิโลกรัม

ขณะเดียวกันการตรวจพบยาเสพติดประเภทน้ำมันกัญชง ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยการนำเข้าผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 13 คดี จำนวน 63 ขวด น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 4.725 กิโลกรัม มีมูลค่าของกลางรวมกว่า 83,160 บาท
อย่างไรก็ตามจากมาตรการที่เข้มงวด ในปีงบประมาณ 2561 กรมศุลกากรสามารถจับกุมยาเสพติดได้ในปริมาณที่สูงขึ้น จากปีงบประมาณ 2560 โดยเฉพาะ ยาไอซ์ เฮโรอีน โคคาอีน /โคเคน ยาอี ฝิ่น และกัญชา










