ท็อปกัน-ทีมเฉพาะกิจ สนธิกำลังท้องถิ่น งัด ม.37 ฟัน “โรงงานในมาบข่า ระยอง” กองของเสียไร้สิ่งคลุม สั่งล็อกเครื่องจักร 17 เครื่อง ชี้ขีดเส้น 30 พ.ย.นี้
ภายใต้นโยบายปราบปรามโรงงานกลุ่มเสี่ยงของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจเดินหน้าปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 โดยเร่งตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 3,049 โรงงานทั่วประเทศ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยพลเอกนักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน มอบหมายให้ นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำทีมชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการฯ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง (กอ.รมน.จังหวัดระยอง) อำเภอนิคมพัฒนา สถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนิคมพัฒนา สำนักงานเทศบาลตำบลมาบข่า และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่โรงงาน บริษัท เทคโนโลยีธุรกิจพลังงานทดแทน (2009) จำกัด ในตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

จากการกระจายกำลังเข้าตรวจสอบการประกอบกิจการ 2 ทะเบียนโรงงาน ทั้งประเภทโรงงานลำดับที่ 105 ประกอบกิจการคัดแยกสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และบดย่อยผสมยางสังเคราะห์ หรือยางธรรมชาติ อบ นึ่ง ยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ ยางรถยนต์ และประเภทโรงงานลำดับที่ 106 ประกอบกิจการผลิตเชื้อเพลิงผสมชนิดแข็ง (Solid Blending) และเชื้อเพลิงผสมชนิดเหลว (Liquid Blending) ซ่อมและล้างภาชนะบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวทำละลาย ผลิตวัตถุดิบทดแทนสำหรับการผลิตปูนซีเมนต์ รีไซเคิลกระป๋องสีสเปรย์ เก็บรวบรวมแบตเตอรี่โดยไม่มีการแปรสภาพ ผลการตรวจสอบพบการกองเก็บวัตถุดิบและของเสียไว้ในพื้นที่โล่งแจ้ง ไม่พบการตรวจสอบดินและน้ำใต้ดิน ตามกฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน พ.ศ.2559 อีกทั้งตรวจพบอาคารที่มีการติดตั้งเครื่องจักรและประกอบกิจการทำยางแผ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 12 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง (สอจ.ระยอง) ออกคำสั่งตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง สั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน และปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 โดยให้เคลื่อนย้ายการกองเก็บวัตถุดิบเข้ามาในอาคารหรือทำหลังคาคลุมให้มิดชิด ตลอดจนเร่งรัดให้รายงานผลการตรวจสอบดินและน้ำใต้ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดและอายัดเครื่องจักร จำนวน 17 เครื่อง และอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคสอง เข้าผูกมัดประทับตราเครื่องจักรทั้งหมดไว้ทันที


นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน ได้กำชับให้โรงงานดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หากเลยกำหนดเวลาจะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด โดยเน้นย้ำให้โรงงานทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนรอบข้าง เพื่อให้โรงงานและประชาชนในพื้นที่อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
#ท็อปกัน #โรงงานในมาบข่า #ระยอง #ของเสียอันตราย #วราวุธศิลปอาชา









