“วราวุธ” สั่งท็อปกันผนึกกำลังชุดเฉพาะกิจ สับเกียร์ปราบปรามโรงงาน 105,106 ล่าสุดสั่งหยุด “โรงหลอมพลาสติก ปราจีนบุรี” หลังพบซุกวัตถุอันตราย ซ้ำปล่อยน้ำเสียไร้การบำบัด

“วราวุธ” สั่งท็อปกันผนึกกำลังชุดเฉพาะกิจ สับเกียร์ปราบปรามโรงงาน 105,106 ล่าสุดสั่งหยุด “โรงหลอมพลาสติก ปราจีนบุรี” หลังพบซุกวัตถุอันตราย ซ้ำปล่อยน้ำเสียไร้การบำบัด

Advertisement

กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าเต็มกำลังในการขับเคลื่อนปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยพลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน มอบหมายให้ นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำทีมชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการฯ ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน บริษัท ซันยอย อินดัสเตรียล จำกัด ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

จากการเข้าตรวจสอบเข้มข้น พบการกระทำผิดจากการประกอบกิจการทั้ง 2 ทะเบียนโรงงาน โดยในส่วนของโรงหลอมผลิตภัณฑ์พลาสติกและเม็ดพลาสติก ประเภทโรงงานลำดับที่ 53(1) พบการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับกระบวนล้างและคัดแยกเศษพลาสติกที่ปนเปื้อนไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการล้าง แยก เศษพลาสติกที่ปนเปื้อน โดยไม่มีการบำบัดน้ำเสีย และมีการระบายน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งยังตรวจพบวัสดุภายในโรงงานไม่สอดคล้องกับวัตถุดิบที่ได้รับอนุญาต และบริษัทฯ ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้

นอกจากนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุดิบที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดและเก็บตัวอย่างไว้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยืนยันเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี(สอจ.ปราจีนบุรี) จึงมีคำสั่งตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต พร้อมประกาศยึด อายัด วัสดุสิ่งของ และสิ่งอื่น ที่พบภายในบริเวณโรงงาน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในกระบวนการผลิต และจะตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

สำหรับโรงคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย บดย่อยสายไฟ สายเคเบิ้ล และทำเม็ดพลาสติกหรือขึ้นรูปทรงต่างๆ ประเภทโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 พบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันเริ่มประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงพบการกองเก็บวัตถุดิบภายนอกอาคารโรงงานที่ไม่มีหลังคาคลุม ก่อให้เกิดน้ำชะล้างวัตถุดิบไหลลงไปรวมที่บ่อน้ำหลังโรงงาน ซึ่งเป็นบ่อที่ไม่มีการปูวัสดุรองพื้นที่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่ธรรมชาติ อีกทั้งไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย

ด้านนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลอาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ อีกทั้งยังพบการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาเตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้โรงคัดแยกฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขณะที่ สอจ.ปราจีนบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรีแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น

#ท็อปกัน #วราวุธศิลปอาชา #ปราจีนบุรี #กรมโรงงานอุตสาหกรรม