หนี้บัตรเครดิต-รถยนต์พุ่ง!ศึกค้าจีน-มะกันเสี่ยง!กนง.จับตากระทบศก.

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย

เศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ยังร้อนแรง ภาพรวมเรื่องของ TRADEWAR จีน-สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยง ขณะที่ในประเทศ หนี้ครัวเรือน –NPL ขยับตัวสูงขึ้น กนง.จับตาใกล้ชิด

Advertisement

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากความตึงเครียดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน มากที่สุด เพราะหากมีการตอบโต้กันรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามการค้า จะกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลก ดังนั้น กนง. ขอให้มีการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด หลังจากที่สหรัฐและจีนประกาศจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น เพราะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการเศรษฐกิจที่จะโน้มไปด้านต่ำ และกระทบต่อการส่งออกไทย

ส่วนผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าด้านภาษีของสหรัฐ สำหรับสินค้าบางประเภทที่ประกาศแล้ว เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ ค่อนข้างจำกัด สินค้าส่งออกของไทยที่เข้าข่ายโดนเก็บภาษีดังกล่าวมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการส่งออกโดยรวม

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.)

ขณะที่สถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง โดยหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 4 /2560 อยู่ที่ร้อยละ 77.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 77.3 ในไตรมาส 3/ 2560 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลเนื่องจากช่วงไตรมาส 4 มีการใช้จ่ายกันมากในช่วงปีใหม่ และเป็นการเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตและรถยนต์ อย่างไรก็ตามพบว่าครัวเรือนที่มีรายได้น้อย มีความสามารถในการก่อหนี้จำกัด เช่นเดียวกับความสามารถในการชำระหนี้ก็น้อยเช่นกัน ซึ่งหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัจจัยที่กดดันกำลังซื้อในประเทศทำให้ยังไม่กระจายตัวเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ที่มีวงเงินน้อยกว่า 500 ล้านบาท ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาคพาณิชย์และค้าปลีก

คาดว่าการใช้จ่ายของภาครัฐในปีนี้ยังต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากผลกระทบของ พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 ที่มากและยาวนานกว่าภาคโดยเฉพาะผลกระทบต่อการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเนื่องจากไม่เคยดำเนินการตามระบบนี้มาก่อนซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอีกประมาณสองไตรมาส

ภาพจากแฟ้มข่าว