SUPER เดินหน้าลุยขยายธุรกิจเต็มพิกัด จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนามเพิ่ม 102 MW จาก 2 โครงการดันกำลังการผลิตตาม PPA ครบ 129 MW

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เดินหน้าขยายธุรกิจพร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง ฟาก CEO “จอมทรัพย์ โลจายะ”ระบุแนวโน้มธุรกิจโค้งสุดท้ายปีนี้สดใส เตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเพิ่ม 102 MW ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 2 โครงการมีกำลังการผลิตตาม PPA รวม 129 MW มั่นใจโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง สภาพคล่องดีเยี่ยม ขณะที่เงินค่าไฟค้างรับ EVN 3.5 พันล้านบาทมีความชัดเจนมากขึ้น ลุ้นรับเงินที่ค้างอยู่ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้าลดหนี้ D/E เหลือ 1.94 เท่า ปักหมุดผลการดำเนินงานปี69 เติบโตตามเป้า

Advertisement

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจสร้างการเติบโตในทุกมิติ พร้อมประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดี โดยปัจจัยสนับสนุนจาก การรับรู้รายได้จากวินด์ฟาร์มในประเทศเวียดนาม ทยอยรับรู้รายได้กำลังการผลิตตาม PPA รวม 129 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่เตรียมดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1,532,86เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 1,430.88 เมกะวัตต์ รวมถึงรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าในพอร์ต

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการรับชำระค่าไฟฟ้าค้างรับจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ซึ่งมียอดค้างชำระประมาณ 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันกระบวนการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถรับชำระเงินในส่วนที่ค้างชำระในเร็วๆนี้ นอกจากนั้นแล้ว บริษัทยังได้ตั้งสำรองผลกระทบจากรายการดังกล่าวไว้แล้วจำนวน 550 ล้านบาท หากสามารถรับชำระค่าไฟฟ้าค้างรับได้เต็มจำนวน จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและสภาพคล่อง ลดแรงกดดันด้านเงินทุนหมุนเวียน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการทางการเงิน รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานและการลงทุนของบริษัทฯในอนาคต

ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะทยอยคลี่คลาย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาและการชำระค่าไฟฟ้าค้างจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียน หลังเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สภาแห่งชาติเวียดนามมีมติเห็นชอบให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีและการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและชำระค่าไฟฟ้าค้างจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการโครงการพลังงานหมุนเวียนทุกรายและทุกโครงการ ครอบคลุมทั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งรวมถึง SUPER ด้วย

“ประเด็นดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และช่วยเพิ่มความชัดเจนในการปลดล็อกค่าไฟฟ้าค้างรับจาก EVN บริษัทฯ เชื่อว่าจะทยอยเห็นความคืบหน้าในการรับชำระเงินตามลำดับ ซึ่งจะช่วยเสริมกระแสเงินสดและสภาพคล่อง รวมถึงสนับสนุนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของบริษัทฯ” นายจอมทรัพย์กล่าว

นายจอมทรัพย์ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการเพิ่มรายได้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่อง และเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ ทั้งการลดภาระหนี้ การบริหารสภาพคล่อง และการเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.94 เท่า จาก 2.14 เท่าขณะที่ EBITDA ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนอยู่ที่ 3,051 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin ประมาณ 80% สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดในระดับที่ดีจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและความสามารถในการสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินและรองรับการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็ได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดได้รับการสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวเพื่อใช้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อคุณภาพของโครงการ ศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด และความสามารถในการบริหารจัดการของ SUPER

อนึ่ง ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีรายได้รวม 3,940.04 ล้านบาท

#SUPER