เปิดโปง…ใต้เงาขยะอุตสาหกรรม “เมื่อผู้ตรวจสอบควรถูกตรวจสอบ ผลประโยชน์ทับซ้อนสามี-ภรรยา”

เปิดโปง…ใต้เงาขยะอุตสาหกรรม “เมื่อผู้ตรวจสอบควรถูกตรวจสอบ ผลประโยชน์ทับซ้อนสามี-ภรรยา”

Advertisement

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย และคณะ แถลงข่าวผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเด็นผลกระทบจากมลพิษทางน้ำในจังหวัดสระบุรี และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงเพิ่มเติมในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 แต่ในรายชื่อคนร่วมแถลงข่าว กลับมีรายชื่อนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงด้วยทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการในคณะนี้ด้วยแต่อย่างไร

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พยายามออกมามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ คืออดีตผู้บริหารของบริษัท Waste Management Siam จำกัด ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางธุรกิจกับบริษัทที่มักถูกสร้างความรู้สึกด้วยการให้ข่าวว่าเป็นผู้กระทำผิด แม้จะลาออกจากบริษัทมาเล่นการเมืองแล้ว แต่ภรรยาของนายพูนศักดิ์ยังถูกวางให้นั่งเป็นผู้บริหารของบริษัท Waste Management Siam จำกัดแทน (ข้อมูลจากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันได้ชัดเจนถึงความเป็นคู่สมรสของนายพูนศักดิ์กับภรรยาที่เป็นผู้บริหารของบริษัท Waste Management Siam จำกัด ธุรกิจจัดการของเสียและกากอุตสาหกรรม)

ความที่ภรรยาบริหารบริษัทประกอบกิจการด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่สามีเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิด Conflict of interest (ผลประโยชน์ทับซ้อน) เพราะความเป็นสามี-ภรรยาตามกฎหมายไทยถือว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ส่งผลอาจขัดต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส่ จริยธรรมนักการเมือง และหลักการพื้นฐานของพรรคประชาชน

ที่ผ่านมานายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี พยายามมีส่วนร่วมกับแต่ละหน่วยงานที่จะมาค้นหาความจริงเรื่องปัญหามลพิษทางน้ำในจังหวัดสระบุรี อาทิ การแอบเข้าร่วมคณะของกมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ในการลงพื้นที่รับทราบความจริง พร้อมผลสรุปแบบจินตนการขาดน้ำหนักหลักฐานที่สมบูรณ์ เพื่อพุ่งเป้าไปสู่บริษัทคู่แข่งในธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม

ปัญหาน้ำดำในพื้นที่สระบุรีเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นระบบลุ่มน้ำที่มีคลองหลายสาขาเชื่อมโยงกันในหลายจุดและมีกิจกรรมเกิดขึ้นหลากหลาย ซึ่งอาจเป็นส่วนผสมของต้นเหตุปัญหา อาทิ วิถีชีวิตชุมชน การเกษตรกรรม การปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่รายล้อมหลายแห่ง ดังนั้นการจะระบุแหล่งกำเนิดมลพิษจึงควรตรวจสอบความเป็นไปได้ของปัญหา ตั้งแต่ต้นน้ำ จุดรับน้ำ จุดไหลผ่าน ไปจนถึงปลายน้ำ พร้อมพิจารณากิจกรรมทั้งหมดในพื้นที่อย่างครบถ้วน

จากข้อมูลและมุมมองจากนักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมระบุว่า ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนหรือสร้างภาพจำด้านลบให้เกิดกับธุรกิจจัดการกากอุตสาหกรรม กำลังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาของระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศ หากผู้ประกอบการที่มีระบบกำจัดตามกฎหมายไม่สามารถรองรับของเสียได้ตามปกติเป็นเวลานาน อาจทำให้ภาคการผลิตต้องเผชิญข้อจำกัดในการส่งของเสียเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการจัดการของเสียนอกระบบ จนเป็นที่มาของการแอบทิ้งของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมสู่สาธารณะในรูปแบบต่างๆ

อุตสาหกรรมจัดการกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต พื้นที่ดำเนินการ ปริมาณรองรับของเสีย ระบบบำบัด และเครือข่ายโรงงานต้นทางจำนวนมาก จึงเกิดมีการแข่งขันทางธุรกิจสูงตามไปด้วย ประกอบกับกระแสสังคมที่เริ่มตื่นตัวกับปัญหากากอุตสาหกรรม น้ำเสีย และการลักลอบทิ้งของเสียอันตรายในหลายพื้นที่ คำถามสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงว่า “บริษัทใดทำผิด” หรือ “โรงงานใดต้องถูกตรวจสอบ” แต่ยังรวมถึงคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า กระบวนการตรวจสอบของประเทศมีความโปร่งใส เป็นกลาง และตรวจสอบครบทั้งระบบหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นสิ่งแวดล้อมถูกยกระดับเข้าสู่พื้นที่การเมือง เวทีกรรมาธิการ สื่อออนไลน์ และการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคม การตรวจสอบผู้ประกอบการจึงไม่ควรถูกมองเพียงด้านเดียว เพราะผู้ที่มีบทบาทตรวจสอบ ตั้งคำถาม หรือขยายประเด็นต่อสาธารณะ ก็ควรอยู่ภายใต้มาตรฐานความโปร่งใสเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมถูกเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลจำนวนมาก ทั้งเอกสาร EIA รายงานติดตามสิ่งแวดล้อม ผลตรวจน้ำ ผังระบบบำบัด ระบบรวบรวมน้ำชะกาก เส้นทางน้ำ และข้อมูลการดำเนินงานภายในพื้นที่ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบการให้ดำเนินงานให้โปร่งใส ขาดความโปร่งใส่และธรรมาภิบาล ผลตรวจย่อมไม่อาจโปร่งใสและยืนบนพื้นฐานความเป็นจริง และหากบทสรุปไม่อยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ครบถ้วน อาศัยแต่การปั้นกระแสสังคมให้ตัดสินเป็นทางนำ สิ่งที่เสียหายอาจไม่ใช่เพียงชื่อเสียงของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่รวมถึงความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบทั้งประเทศ

“หากเลือดย่อมข้นกว่าน้ำฉันท์ใด สามี-ภรรยาย่อมสัมพันธ์แนบแน่นเสมือนคนเดียวกันฉันท์นั้น”