รมว.อว. -พม. หนุน บพท. ยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้า “แก้จน” ด้วยผลงานวิจัย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควงคู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินสายตรวจเยี่ยมพื้นที่วิจัยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) ในจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร พร้อมประกาศแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทุนดำรงชีพ 5 ด้าน เพื่อช่วยเหลือคนจนให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

Advertisement

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทุนดำรงชีพ 5 ด้าน ด้วยข้อมูล องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสร่วมกับนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะลงตรวจเยี่ยมพื้นที่วิจัยแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำแก่ครัวเรือนยากจนในจังหวัดร้อยเอ็ด และยโสธร โดยกล่าวว่ากระทรวง อว.จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ บพท. ในการร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยศึกษาค้นคว้าวิจัย พัฒนาองค์ความรู้แก้ปัญหาความยากจนแก่ครัวเรือนยากจน ภายใต้บริบทภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของครัวเรือนยากจนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อปลดปล่อยคนจนให้หลุดพ้นจากบ่วงความจน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความมั่นคงในการใช้ชีวิต

“กระทรวง อว. จะผลักดันให้ บพท. และเครือข่ายมหาวิทยาลัย ร่วมกับกลไกภาคีในพื้นที่ขับเคลื่อน กระบวนการศึกษาค้นคว้าวิจัยแก้ปัญหาความยากจนที่มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาความยากจน ช่วยให้ครัวเรือนยากจนหลุดพ้นจากวัฏจักรความยากจน เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางการศึกษา โอกาสทางสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์ที่พิสูจน์ตรวจสอบได้ด้วยตัวชี้วัดทุนดำรงชีพ 5 ด้านคือ ทุนมนุษย์ ทุนเศรษฐกิจ ทุนธรรมชาติ ทุนกายภาพ และทุนสังคม”

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ส่งมอบเทคโนโลยีที่เหมาะสม 7 เทคโนโลยี จากการพัฒนาร่วมกันของหน่วย บพท.เครือข่าย มรภ. เครือข่าย มทร. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปข้าวฮางงอก เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย เครื่องอบแห้งพืชผัก เครื่องหั่นสับใบพืชสด เครื่องล้างผักฟอกโอโซนผักผลไม้ เทคโนโลยีอาหารผสมครบส่วนต้นทุนต่ำสำหรับเลี้ยงโคขุนระยะสั้น ที่มีปลายข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และเทคโนโลยีอาหารข้นสำหรับโคขุนลูกผสมบราห์มัน ให้แก่ 14 วิสาหกิจชุมชน ประกอบด้วย

1) วิสาหกิจชุมชนข้าวกล้องบ้านหนองแฮด อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด 2) วิสาหกิจชุมชนอารยะฟาร์ม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 3) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 4) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปสมุนไพรบ้านสังข์ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด 5) วิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนเชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด 6) กลุ่มเกษตรยั่งยืนนามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ 7) วิสาหกิจชุมชนโคกหนองนา จ.กาฬสินธุ์ 8) วิสาหกิจชุมชนไผ่ซำสูง จ.ขอนแก่น 9) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวหอมมะลิเพชร ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด 10) กลุ่มเกษตรยั่งยืนโนนอุดม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 11) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคเนื้อบ้านดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 12) กลุ่มอาชีพเลี้ยงโคเนื้อบ้านหนองอีเข็ม อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 13) กลุ่มอาชีพเลี้ยงโคเนื้อบ้านเล้าข้าว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ 14) ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีเอสเฮิร์บออแกนิค

โอกาสเดียวกันนี้นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กระทรวง พม. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวง อว.อย่างใกล้ชิด และนำข้อมูล องค์ความรู้จากงานวิจัยแก้ปัญหาความยากจนที่ บพท. ภายใต้ รวพ. กระทรวง อว.ดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย ตลอดจนภาคีเครือข่ายในพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ ในการจัดระบบสวัสดิการดูแลประชาชนที่ยากจนให้เป็นไปอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ดีขึ้น

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. ชี้แจงเพิ่มเติมว่ากลไก กระบวนการวิจัยแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งดำเนินการร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ ในพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่อง มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2563 ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนคือ 1).การค้นหาสอบทานข้อมูลคนจน 2).สังเคราะห์-วิเคราะห์ข้อมูลคนจนเพื่อออกแบบกลยุทธ์แก้จน 3).ส่งต่อความช่วยเหลือคนจนเข้าสู่สวัสดิการตามมิติความยากจน 4).พัฒนาและขับเคลื่อนโมเดลแก้ปัญหาความยากจน ที่เหมาะสมตามบริบทพื้นที่ สอดคล้องกับฐานทุนดำรงชีพของครัวเรือนยากจนโดยบูรณาการความร่วมมือภาคีทุกภาคส่วนในพื้นที่ 5).เชื่อมโยงโมเดลแก้ปัญหาความยากจนที่เกิดรูปธรรมความสำเร็จสู่แผนและนโยบาย ส่งต่อผลการดำเนินงานสู่แผนท้องถิ่น แผนจังหวัดและนโยบายระดับประเทศ 6).ติดตามและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงยกระดับครัวเรือนยากจน เพื่อนำสู่การปรับปรุงพัฒนาและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

“งานวิจัยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่ง บพท. ดำเนินการร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ เป็นการดำเนินการตามแผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ แผน ววน.ของประเทศ มุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ พัฒนาระบบส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนจน”

เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งดำเนินโครงการศึกษาค้นคว้าวิจัยแก้ปัญหาความยากจนที่ร่วมดำเนินงานกับ บพท. ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร วิทยาลัยชุมชนยโสธร วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี

สำหรับพื้นที่นำร่องในการดำเนินโครงการวิจัยแก้ปัญหาความยากจน 20 จังหวัดประกอบด้วย ภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และพัทลุง ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน ลำปาง พิษณุโลก ภาคกลาง ชัยนาท และภาคอีสาน อำนาจเจริญ สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด และเลย