ซีพี ออลล์ ส่งต่อองค์ความรู้ สูตรสร้างตัวตน-สร้างแบรนด์ จากเวที SME x Influencer จุดประกายผู้ประกอบการรายย่อย influencer ปั้นแบรนด์ให้เติบโตในโลกใหม่

ซีพี ออลล์ ส่งต่อองค์ความรู้ สูตรสร้างตัวตน-สร้างแบรนด์ จากเวที SME x Influencer จุดประกายผู้ประกอบการรายย่อย influencer ปั้นแบรนด์ให้เติบโตในโลกใหม่

Advertisement

การสร้างธุรกิจ การสร้าง content ในวันนี้ ไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพของสินค้า หรือ content แต่ยังวัดกันที่ “ความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่น” และ “การสื่อสารตัวตน” ที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว

ด้วยแนวคิดดังกล่าว บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จึงจัดเวที SME x Influencer ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “PROUD TO BE MINE, MY SME เพราะแบรนด์ที่เติบโตในยุคนี้ คือแบรนด์ที่กล้าเป็นตัวเอง” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการ SME อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง

ตลอดเวทีสัมมนา ผู้เข้าร่วมได้รับมุมมองสำคัญจาก วิว-วรรณรท สนธิไชย เจ้าของแบรนด์ VBrand, แบงค์กิ-ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII และ ไอซ์-ณภัทร ศิลาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Commerce ซึ่งต่างสะท้อนตรงกันว่า การสร้างแบรนด์ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้งบโฆษณาจำนวนมาก แต่เริ่มจากการค้นหาตัวตน เข้าใจผู้บริโภค และสื่อสารอย่างจริงใจจนเกิดความไว้วางใจ

ถอดสูตรสร้าง VBrand สินค้าบิวตี้จากตัวตน “วิว-วรรณรท” จนผู้บริโภคเชื่อและซื้อซ้ำ
ในฐานะนักแสดงที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน วิว-วรรณรท สนธิไชย เล่าถึงแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอาง VBrand (วีแบรนด์) ว่า เส้นทางการเติบโตตลอด 9 ปี ของ VBrand เริ่มต้นจาก Passion ความชอบส่วนตัวเรื่องการแต่งหน้า ถ่ายคลิปแต่งหน้าลงช่องไปเรื่อยๆ แล้วเกิดความผูกพันกับกลุ่มคนดู ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางได้ จึงหยิบ Pain Point ในวัยเรียนที่เด็กๆ มักจะแอบทา “ติ๊นท์” (Tint) ด้านในริมฝีปาก สู่การพัฒนาเป็นสินค้าชิ้นแรกในชื่อ “VTint” วางขายครั้งแรกในเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากด้วยแนวคิดง่ายๆ “สวยได้แบบไม่ต้องจ่ายแพง”

ขณะเดียวกัน วิวยังมองว่า การทำการตลาดในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์ที่จริงใจ สนุก และสอดแทรกสาระ โดยไม่เน้นการขายแบบฮาร์ดเซลล์ แต่ปล่อยให้สินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ผู้ชมอยากติดตาม

“คนติดตามช่องเราไม่ได้แค่ซื้อสินค้า แต่ซื้อเพราะเชื่อใจในเจ้าของแบรนด์ ดังนั้นการสร้าง Personal Branding ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่คือการสื่อสารตัวตนที่แท้จริง และ Passion ที่เราต้องการจะทำจริงๆ วิวจึงต้องทำคอนเทนต์ที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ ใช้จริง อินจริง เพราะผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการความเรียลและความจริงใจจากแบรนด์ จนทำให้ผู้บริโภคกล้าเปิดใจทดลองใช้สินค้าจริง” วิว วรรณรท เล่า

ปัจจุบัน VBrand มีสินค้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ ทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ VTint, VEyebrow, VEyeliner และ VMascara ได้รับการตอบรับทั้งจากคนไทยและแฟนคลับชาวต่างชาติ มีหลายคนถามว่าทำไมขายแค่ในเซเว่นฯ ไม่ส่งออกต่างประเทศบ้าง ด้วยความที่เธอเป็นลูกค้าประจำของเซเว่นฯ และต้องเดินทางถ่ายทำละครทั่วประเทศ ชอบความสะดวก เข้าถึงง่าย จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกที่จะนำสินค้าเข้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยมีทีมงาน 7-Eleven ร่วมพัฒนาตรวจสอบและทดลองใช้สินค้าจริง

แบงค์กิ อินฟลูฯ ชื่อดัง แชร์ทริคปั้นคอนเทนต์ ยึดความสม่ำเสมอ-ชูตัวตน เปลี่ยนผู้ติดตามสู่โอกาสทางธุรกิจ
จากเด็กวัดที่เริ่มต้นจากศูนย์ หาเงินตั้งแต่ยังเด็ก ชื่นชอบการกินสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Foodie แถวหน้าของไทยที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ชมไม่ได้เลือกติดตามเพียงเพราะคอนเทนต์ แต่เลือกติดตาม “ตัวตน” ของผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้นการยัดเยียดการขายแบบฮาร์ดเซลล์จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที

แบงค์กิ แนะนำว่า คอนเทนต์ที่ดีต้องดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่ 1-2 วินาทีแรก พร้อมทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจอสไตล์ของตัวเอง วาง Storytelling ให้คอนเทนต์น่าติดตามต่อ และวางเป้าหมายให้ชัดว่าตัวตนคือแบบไหน แล้วอยากให้คนจดจำเราในแบบไหน

“ทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพยายามเลียนแบบใคร ไม่ต้องพยายามตลก แต่ควรหยิบความเชี่ยวชาญของตัวเองมาสร้างจุดเด่น เพราะคอนเทนต์อาจทำให้คนรู้จัก แต่ Personal Branding ความเป็นตัวตนของเราจะทำให้ผู้ติดตามอยู่กับเราในระยะยาว”

นอกจากนี้ แบงค์กิ ยังมองว่า ผู้ประกอบการควรแยกบทบาทของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์กับเจ้าของธุรกิจให้ชัดเจน เพราะแม้อินฟลูเอนเซอร์จะให้ความสำคัญกับยอดวิวและการสร้างการมีส่วนร่วม แต่เจ้าของธุรกิจต้องมองไปถึงยอดขายและการซื้อซ้ำ จึงต้องวางแผนการสื่อสารอย่างเหมาะสม สร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าคอนเทนต์มีคุณค่า มากกว่าการพยายามขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

 

ในช่วงท้ายของการเสวนา ไอซ์-ณภัทร ศิลาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ จาก THE LEMON SHOT ได้แชร์ประสบการณ์จริงจากเส้นทางการสร้างแบรนด์และการเติบโตบนโลก Social Commerce ที่ต้องเข้าใจ Insight ของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ว่า การตลาดในปี 2026 เปลี่ยนเข้าสู่ยุค Hyper-Personalization อย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคแต่ละคนเสพคอนเทนต์แตกต่างกันตามอัลกอริทึม ทำให้การตลาดแบบหว่านในวงกว้างไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป แต่กลับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ที่สามารถสร้างแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบโฆษณาจำนวนมาก หากเข้าใจผู้คน พูดอย่างจริงใจ สร้าง Community ที่ชัดเจน และสื่อสารอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสเติบโตได้เช่นเดียวกับแบรนด์ใหญ่

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของแบรนด์ในยุคดิจิทัล ควรเชื่อมโยงการทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน Tiktok มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้ สร้างกระแสและสร้างยอดขายไปพร้อมกัน ขณะที่ร้านเซเว่นฯ เป็นจุดสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้า ผ่านสินค้าขนาดทดลองหรือขนาดพกพาที่เข้าถึงง่าย ช่วยลดข้อจำกัดในการตัดสินใจซื้อ และยังเป็นหน้าร้านที่ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ในวงกว้าง รวมถึงต่อยอดโอกาสสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อีกด้วย

ทั้งนี้ งาน SME x Influencer ครั้งที่ 6 จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของทั้งเจ้าของแบรนด์ อินฟลูฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดการสร้างแบรนด์ พัฒนาคอนเทนต์ และขยายโอกาสทางธุรกิจในโลกดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ซีพี ออลล์ ในการสนับสนุนศักยภาพของผู้ประกอบการ SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

#CPALL #เซเว่น #SME #SMEโตไกลไปด้วยกัน #SMExInfluencerEP6