“สติคือเกราะป้องกัน” เจาะลึกมุมมอง ผอ. ศูนย์ 1212 ETDA กับศึกชิงพื้นที่ไซเบอร์ยุค “แกร่งสู้โกง”
ในวันที่โลกดิจิทัลขยับเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น มิจฉาชีพเองก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน พวกเขาปรับตัวตลอด 24 ชั่วโมง ใช้จิตวิทยาขั้นสูงเข้าถึงเหยื่ออย่างแนบเนียน และมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ คุณประภารัตน์ ไชยยศ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนและหัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212 ETDA) ได้เปิดใจถึงบทบาทสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” ผ่านโครงการ Ignite Creativity Challenge ปี 3 ภายใต้แนวคิด “แกร่งสู้โกง” ไว้น่าคิด หลายเรื่อง และมีประโยชน์มากในการทำความเข้าใจและรู้เท่าทันมิจฉาชีพยุคใหม่ สรุปได้ดังนี้
เปลี่ยนเวอร์ชั่นจาก “ขู่ให้กลัว” สู่ “ตีสนิทเพื่อหลอก
ผอ.ประภารัตน์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ภัยออนไลน์ที่เปลี่ยนไปว่า “เมื่อก่อนมิจฉาชีพอาจมาในรูปแบบที่ข่มขู่ให้เรากลัว แต่ปัจจุบันเขามาในมุมที่โอบอ้อมอารี เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นคนที่ช่วยสนับสนุน” ความไว้วางใจที่ถูกสร้างขึ้นนี้เองคือกับดักชั้นดีที่ทำให้เหยื่อตายใจ และกลายเป็นเหยื่อได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว

กลยุทธ์ “ช้าลง” อาวุธลับที่ทุกคนมี
เมื่อถามถึงวิธีป้องกันตัวที่ดีที่สุดในยุคนี้ ผอ.ประภารัตน์ ให้คำตอบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “สติค่ะ ช้าลง” 1. จงสงสัยในสิ่งที่ดูง่ายเกินไป: การลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ เช่น ลงทุน 3,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 500 บาท เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามว่า หากรวยขนาดนั้นทำไมเขาไม่ทำเอง 2. ใช้เหตุผลนำอารมณ์: สำหรับมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบหลอกให้รัก ให้ลองถามตัวเองว่า “ถ้าเขารักเราขนาดนี้ ทำไมต้องให้เราโอนเงินไปดูแลตลอดเวลา ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลย” 3. ใช้สติวิเคราะห์: การมีสติและชะลอความอยากได้อยากมี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจโอนเงินออกไป

ความท้าทายในการรับเรื่องร้องเรียน
ในฐานะหัวหน้าศูนย์ 1212 ผอ.ประภารัตน์ ยอมรับว่างานในส่วนนี้มีความเครียดสูง เพราะมิจฉาชีพมีการทำบัญชีม้าที่ซับซ้อน โดยใน 3 นาทีอาจโอนผ่านถึง 80 บัญชี ทำให้การไล่ติดตามเส้นทางการเงินเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม ศูนย์ 1212 ไม่เพียงแค่รับเรื่อง แต่ยังเป็นพื้นที่ระบายและรับฟัง “น้องๆ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดทนและใจเย็นมาก การได้ฟังและได้ช่วยคิดเพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยให้ผู้เสียหายรู้สึกดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง” สร้างภูมิคุ้มกันด้วยพลังคนรุ่นใหม่ โครงการ “แกร่งสู้โกง” จึงไม่ใช่แค่การประกวดสื่อ แต่คือการดึงเอาคนรุ่นใหม่มาช่วยสื่อสาร เพราะ ETDA เชื่อว่าหากคนรับสารมาทำสื่อเสียเอง จะเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า รวมถึงการลงพื้นที่ไปให้ความรู้ในต่างจังหวัดและกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมักได้รับความเสียหายสูงถึงหลักแสนหลักล้าน

“เรามีสโลแกนว่าต้องสู้กันต่อ เราไม่หยุดยั้งค่ะ” ผอ.ประภารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลให้ปลอดภัย การผลักดันกฎหมายและการสื่อสารเชิงรุกผ่านโครงการเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบโกงให้ลดน้อยลง หากพบเบาะแสหรือต้องการคำปรึกษา ศูนย์ 1212 ETDA พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนเสมอ
ท้ายสุด หากพบภัยมิจฉาชีพแบบใหม่ๆ สามารถร้องเรียนไปที่ สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. ในวันและเวลาทําการ (9.00 – 17.00 น.) สายด่วนหมายเลข 1212 ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212 ETDA)









