นายกฯ ประชุมร่วมภาครัฐ-เอกชน “ปราบคอร์รัปชัน” หลัง กกร.สะท้อนความกังวลความโปร่งใสระบบราชการ ย้ำพร้อมฟังความคิดเห็น ลดช่องโหว่ทุจริต

นายกฯ ประชุมร่วมภาครัฐ-เอกชน “ปราบคอร์รัปชัน” หลัง กกร.สะท้อนความกังวลเรื่องความโปร่งใสของระบบราชการ ไล่ฟ้อง ปปช.-ปปท. แทนฟังความคิดเห็น ลดช่องโหว่ทุจริต

Advertisement

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงตัวแทนจาก คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ส่วนราชการ และองค์กรอิสระ เข้าร่วมประชุม

นายอนุทิน กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมประชุมวันนี้ การประชุมครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลรับทราบความกังวลใจของประชาชน จากผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภาครัฐ หรือ กกร. ที่เป็นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ซึ่งในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล และผู้ที่บริหารหน่วยงานราชการทุกคน เราเห็นว่ามีความสมควรที่จะรับฟังและศึกษาวิเคราะห์ความเห็นเพิ่มเติม ในการที่จะหาทางแก้ปัญหาและหาทางป้องกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอย้ำให้ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแผนปฏิรูป กระบวนการอนุมัติ อนุญาต ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ลดความเสึ่ยงการเกิดทุจริตทุกรูปแบบ และเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย รวมถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้มีความน่าเชื่อถือด้านการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทย ให้เป็นที่รับทราบของประชาชนทั่วไป รวมถึงประชาคมโลก ในระดับนานาชาติด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าววว่า ล่าสุดตนได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานการต่อต้านการทุจริต เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย ส่วนนี้ตนยังไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ในส่วนของภาครัฐตนขอมอบนโยบายนี้ให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติ เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยที่ตนขอให้ทุกหน่วยงานได้ไปตรวจสอบการทำงานทุกขั้นตอน ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฏหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด และได้มีการสนับสนุนในทุกกรณี เพื่อให้หน่วยงานต่างๆได้นำเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัย มาเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำงาน และทำทุกวิถีทางให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานแก่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนหรือหน่วยงานของท่านปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น

นายกฯ กล่าวว่า ตนเคยเป็นฝ่ายขอข้อมูลมาก่อน แต่ขอเท่าไหร่ก็มีข้อยกเว้น บางข้อมูลให้ได้ บางข้อมูลให้ไม่ได้ หรือบางครั้งก็ให้ข้อมูลครึ่งเดียว ตนจึงให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ให้เปิดข้อมูลทั้งหมด เพราะมีกฎหมายที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอยู่แล้ว ส่วนอันไหนที่มีข้อยกเว้นก็ไปแก้กฎหมาย ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเปิดๆ ปิดๆ หรือเปิดเฉพาะส่วนที่อยากให้รู้ ส่วนที่ไม่อยากให้รู้ก็ปิด ซึ่งต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงเป็นที่มาของ Corruption Perceptions Index หรือดัชนีการรับรู้การทุจริต

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้บ่นกับเลขา ปปท. ว่าปล่อยให้เรื่องนี้ออกมาได้อย่างไร ถ้าเห็นว่าข้าราชการ หน่วยงานราชการ รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีคนไหนโกง ไม่ต้องมา Corruption Perceptions Index ก็ให้ไป ป.ป.ช. , ปปท. , ปปง. หรือให้ไปทุกที่ที่ไปได้ และไปหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานบังคับบัญชาเหนือหน่วยงานที่ทุจริต เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่ต้องพิสูจน์ได้ด้วยเอกสารหลักฐาน ซึ่งหากเขาทำคอรัปชั่นแล้วออกมาเป็นความสำเร็จ ก็ต้องมีการตรวจสอบกลับไป เพราะว่าโจรต้องทิ้งร่องรอย ดังนั้น ตนคิดว่าเราเจอเป็นเคสๆ เน้นเป็นเคสๆ เน้นให้เต็มที่ และเชื่อว่าจะมีประชาคมมากมายมาให้การสนับสนุนมาให้ข้อมูล และมีแหล่งข่าวต่างๆ ที่จะสามารถทำให้สอบสวนไปถึงต้นตอได้ แทนที่จะไปวัดมาจากการสอบถาม

“บอกตรงๆ ว่าวันนี้หากมาถามผม ถ้าเป็นประชาชนทั่วไปไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง อาศัยบริการสาธารณะจากภาครัฐ อาศัยสาธารณูปโภคในภาครัฐ และอ่านข่าวมาโดยตลอด และรู้ว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร ฝากถามว่าคิดว่าประเทศไทยมีการคอรัปชั่นหรือไม่ ผมก็ตอบว่ามี และหากถาม 10 คน ก็บอกว่ามีทั้ง 10 คน ดังนั้นเรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนหลายประเด็น ทั้งสถิติและอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศไทยมีความเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศ ที่เชื่อว่ามีการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งตนคิดว่ามีผลกระทบมากมายหลายประการ” นายอนุทินกล่าว

#ปราบคอร์รัปชัน #กกร #ความโปร่งใสระบบราชการ #รัฐบาล #ลดช่องโหว่ทุจริต