รถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด ส่งผลเกิดไฟไหม้ทางด่วนบูรพาวิถี นายกสมาคมวิศวกรฯชี้ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบ จี้ตรวจสอบโครงสร้าง 3 ประเด็น หวั่นเกิดความไม่ปลอดภัยผู้ใช้ทางพิเศษ
จากเหตุการณ์ รถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด ทำให้เกิดไฟไหม้ทางด่วนบูรพาวิถี ช่วง กม.40 จนโครงสร้างได้รับความเสียหาย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า โครงสร้างทางยกระดับบูรพาวิถี เป็นโครงสร้างคอนกรีตอัดแรง ก่อสร้างด้วยวิธีการนำชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (precast segment) หลายท่อนมาต่อกัน และยึดชิ้นส่วนเข้าด้วยกันด้วยลวดอัดแรง เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบันก็ 30 ปีแล้ว
สำหรับผลกระทบที่เกิดจากไฟหรือความร้อนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายว่า ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบต่อโครงสร้าง เช่น อาจทำให้คอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมกำลังลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงสร้างโดนความร้อน ปกติแล้ว โครงสร้างคอนกรีตจะทนต่อความร้อนได้ดีกว่าโครงสร้างเหล็ก แต่ในกรณีนี้ มีลวดอัดแรงเสริมด้านใน จึงค่อนข้างอ่อนไหวต่อความร้อน
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ แนะนำให้ทำการตรวจสอบโครงสร้างใน 3 ประเด็นได้แก่
1. ระยะเวลาที่โครงสร้างไฟไหม้ หากนานหลายชั่วโมง จะมีผลกระทบต่อโครงสร้างมากขึ้น
2. สภาพความเสียหายของคอนกรีต เช่น การกะเทาะหลุดออก การหลุดร่อนของคอนกรีต
3. ความร้อนส่งผลต่อลวดอัดแรง และ เหล็กเส้นที่เสริมอยู่ด้านในหรือไม่
ทั้งนี้ การสำรวจเพื่อประเมินความเสียหายตามหลักวิศวกรรมทำได้หลายวิธี เช่น การเจาะตัวอย่างคอนกรีตที่ได้รับความเสียหายไปทดสอบ การวัดค่าแรงดึงในลวดอัดแรง การพิจารณาการเสียรูปของเหล็กเสริม เป็นต้น
ศ.ดร.อมร กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรรีบดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ ตลอดจนผู้ขับขี่บนถนนใต้ทางพิเศษด้วย
#ทางด่วน #แบตเตอรี่ลิเธียม #ทางด่วนบูรพาวิถี #อมรพิมานมาศ #สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย









