นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 23 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,289 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,073 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,068 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 69
อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เตือน 50 จังหวัด เสี่ยงพายุฤดูร้อน วันที่ 23-28 เม.ย. 69
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง แม่ทัพภาค 4 สั่งยุบโรงเรียนที่มีปัญหา และประกาศกฎอัยการศึก
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กองทุนหุ้นทองคำฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้ซื้อจองหุ้น SET50 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Invest in GOld derivatives
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง PTT เปิดลงทะเบียนกิจกรรมเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นฟรี ผ่านเพจ Ada Simon
อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง การคลังขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 66% ไปที่ 70% และเพิ่มไปอีกเป็น 75% เพื่อให้รัฐกู้เงินเพิ่มได้
อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ปภ.สข. แจ้งงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลาหมด สถานะปัจจุบันรอเงินเพิ่มจากส่วนกลาง
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 69” กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดีอี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคกลาง และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
ด้านฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนบริเวณภาคเหนือและบริเวณใกล้เคียงมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง และควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่นอกอาคาร









