นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,382 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,041 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,040 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 7 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากรับประทานไส้กรอกบ่อย ตับจะทำงานหนัก และผนังหลอดเลือดจะอักเสบจากไนไตรต์
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ตรวจพบน้ำมันดีเซล 85,000 ลิตร ไม่ทราบแหล่งที่มา ในเขตสัตหีบ จ.ชลบุรี
อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชากว่า 36,000 คน ยังตกค้างชายแดนไทย
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมที่ดิน ใช้บัญชีไลน์ชื่อ @กองคลัง เอกสาร ติดต่อประชาชน
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาลักลอบนำมะม่วงเข้าไทยผ่านชายแดนลาว เพื่อสวมรอยเป็นมะม่วงไทย
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง นายทุนลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชา ผ่าน สปป.ลาวเข้าสู่ประเทศไทย
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดหลักสูตรเรียนรู้ สาขาความรู้หุ้น ลงทะเบียนเรียนฟรี ผ่านเพจ Investment Strategist
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “หากรับประทานไส้กรอกบ่อย ตับจะทำงานหนัก และผนังหลอดเลือดจะอักเสบจากไนไตรต์” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการรับประทานไส้กรอกหรือเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีไนไตรต์บ่อย ๆ นั้น ไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรงที่ทำให้ตับเสียหรือเกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือดทันที แต่การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมากและเป็นประจำ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่/ลำไส้ตรง, ความดันโลหิตสูง,โรคหัวใจและหลอดเลือด,โรคเมตาบอลิกบางชนิด
ทั้งนี้ไนไตรต์และไนเตรต เป็นสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อช่วยรักษาเนื้อให้คงสีและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิด เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโบทูลิซึม (Clostridium botulinum) ซึ่งเป็นสารกันเสียตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร แต่สารเหล่านี้อาจถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบไนโตรซามีน หรือก็คือ สารเคมีจำพวกเอ็น-ไนโตรโซ (N-nitroso compounds) ที่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง ที่อาจเป็นอันตรายภายในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมากและบ่อยครั้ง









