ข่าวจริง “กรมธุรกิจพลังงาน-DSI ตรวจพบการกักตุนน้ำมันกว่า 40,000 ลิตร ที่ จ.สระบุรี”

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

Advertisement

ทั้งนี้ ในวันที่ 26 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,229 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,202 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,202 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 7 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ DSI ตรวจพบการกักตุนน้ำมันกว่า 40,000 ลิตร ที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง สูดดมไมโครพลาสติก ทำให้ปอดอักเสบ

อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กรมควบคุมโรคเตือน ใช้นิโคตินถุงเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Overseas Job Employment รับสมัครแรงงานไทยทำงานต่างประเทศ อ้างกระทรวงแรงงาน

อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบทะเบียนพานิชย์ให้เพจ รถมือสอง สภาพดี ราคาถูก

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขึ้นมายึดปราสาทตาควาย ช่วงที่ทหารไทยสับเปลี่ยนกำลัง

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Diafin รักษาโรคเบาหวาน ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ DSI ตรวจพบการกักตุนน้ำมันกว่า 40,000 ลิตร ที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกรมธุรกิจพลังงาน ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 บูรณาการร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน

จากการตรวจสอบ พบจุดต้องสงสัยจำนวน 3 จุด มีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวมปริมาณประมาณ 40,000 ลิตร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 กำหนดว่า การเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน มิฉะนั้นถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ การฝ่าฝืนจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยหากพบเห็นการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน หรือ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ