ไม่ต้องห่วง! รมว.พลังงานย้ำกองทุนน้ำมันฯ มีเสถียรภาพดูแลราคาน้ำมันต่อเนื่องได้ แม้หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาดีเซล 15 วัน 18 มี.ค.69 พร้อมกู้เงินหากจำเป็น

ไม่ต้องห่วง! รมว.พลังงานย้ำกองทุนน้ำมันฯ มีเสถียรภาพดูแลราคาน้ำมันต่อเนื่องได้ แม้หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาดีเซล 15 วัน 18 มี.ค.69 พร้อมกู้เงินหากจำเป็น

Advertisement

วันที่ 9 มี.ค.69 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานยังเฝ้าติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีเสถียรภาพและดูแลราคาน้ำมันได้ต่ออย่างเนื่องแม้จะสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน (4 -18 มี.ค. 2569) แต่จะประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อนครบ 15 วัน

โดยมาตรการดูแลราคาน้ำมันจะเริ่มจากการใช้เงินสดที่กองทุนฯ มีอยู่ก่อน ซึ่งก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางในครั้งนี้ ภาพรวมสถานะเงินกองทุนฯ กลับมาเป็นบวกแล้ว หลังจากติดลบมาหลายปี ทำให้มีเงินรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงในครั้งนี้ได้ทันเวลา แต่ระหว่างนี้ได้เตรียมพร้อมหากจำเป็นต้องกู้เงินอีกครั้ง โดยต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งตามกฎหมาย คณะรัฐมนตรี(ครม.) จะเป็นผู้อนุมัติให้กระทรวงการคลังมาค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนฯ แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงของรัฐบาลรักษาการ ดังนั้นหากมีความจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถขออนุญาตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้

โดยปัจจุบันกองทุนฯ ได้นำเงินไปชดเชยราคาน้ำมันรวมแล้วประมาณ 700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งสะท้อนราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูป 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยกองทุนฯ ได้อุดหนุนราคาดีเซลไว้ 9.57 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาจำหน่ายยังอยู่เท่าเดิมที่ 29.94 บาทต่อลิตร ขณะที่กรมสรรพสามิตเก็บภาษีดีเซลอยู่ 6.92 บาทต่อลิตร

ส่วนกรณีสถานีบริการน้ำมันในต่างจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน มีราคาจำหน่ายดีเซลถึง 40.50 บาทต่อลิตร ทั้งที่ภาคกลางและปริมณฑลยังคุมราคาจำหน่ายไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตรนั้น เบื้องต้นเกิดจากการบวกค่าขนส่งน้ำมันไปต่างจังหวัด และการซื้อน้ำมันจากผู้ค้าคนกลาง ซึ่งจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น เพราะการขนส่งทั่วโลกประสบปัญหา ดังนั้นผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 จะต้องส่งน้ำมันให้ลูกค้าประจำของตัวเองก่อน ส่งผลให้ผู้ค้าคนกลางอาจหาน้ำมันไปจำหน่ายได้ยากขึ้น และสะท้อนปัญหาทั้งด้านปริมาณและราคาไปยังสถานีบริการน้ำมันที่รับน้ำมันจากผู้ค้าคนกลางอีกที

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะประชุมหารือถึงปัญหาดังกล่าว และอาจให้สถานีบริการน้ำมันแจ้งความต้องการใช้น้ำมันกับผู้ค้ามาตรา 7 โดยตรง ส่วนกรณีมาตรการห้ามเติมน้ำมันใส่ถังบรรจุแบบแกลลอนนั้น เบื้องต้นได้หารือกับพลังงานจังหวัดแล้ว โดยจะผ่อนผันให้แต่ละสถานีบริการน้ำมันสามารถเติมน้ำมันใส่แกลลอนให้กับลูกค้าประจำที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนไปใช้งานด้านการเกษตรและอื่นๆ ได้ ส่วนลูกค้าขาจรที่มาซื้อใส่ถังนั้นยังไม่อนุญาตให้เติมใส่แกลลอน เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน เพราะที่ผ่านมาน้ำมันบางปั๊มหมด เนื่องจากประชาชนตื่นตระหนกต่อสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เร่งกักตุนน้ำมันใส่แกลลอนจำนวนมาก จนทำให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งเติมน้ำมันไม่ทันนั้นเอง

“กระทรวงพลังงานยืนยันว่าน้ำมันในประเทศไม่ขาดแคลนแน่นอน และได้บริหารความเสี่ยงด้วยการหาซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นๆ โดยไม่ได้หวังพึ่งน้ำมันจากตะวันออกกลางเพียงแห่งเดียว แต่ราคาน้ำมันจะปรับลดลงได้ต่อเมื่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางคลี่คลายลง”

สำหรับสถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด ณ วันที่ 8 มี.ค. 2569 ที่รายงานโดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กองทุนฯ กลับมาติดลบอีกครั้ง โดยติดลบรวม -786 ล้านบาท ซึ่งมาจากบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบรวม -37,735 ล้านบาท ส่วนบัญชีน้ำมันยังเป็นบวกที่ +36,949 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 กบน. ได้ประกาศเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ กลุ่มดีเซล เพิ่มเงินชดเชยอีก 1.00 บาท ต่อลิตร อัตราเดิม ชดเชยกองทุน 11.73 บาท อัตราใหม่ ชดเชยกองทุน 12.73 บาท กลุ่มเบนซิน เพิ่มเงินชดเชยอีก 2.32 บาท อัตราเดิม นำส่งเข้ากองทุน 3.06 บาท อัตราใหม่ ชดเชยกองทุน 5.38 บาทต่อลิตร

#กระทรวงพลังงาน #กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง #น้ำมัน #น้ำมันดีเซล