นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 159,046 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,809 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,808 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อาบน้ำร้อนจัดทุกวัน เสี่ยงผิวแก่ก่อนวัย
อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง บริษัท จัดหางานฟาเอซ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดหาคนไปทำงานนวดร้านไทยที่แคนาดา ผ่านไลน์ ฝ่ายบริการ
อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง นั่งนาน เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง บริษัทบริการที่ปรึกษาการลงทุน Digital Agency รับรองโดย ก.ล.ต.
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดเพจเฟซบุ๊ก มีงาน มีทาง รับสมัครงาน
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน ร่วมมือกับ ธ.ไทยพาณิชย์ ให้กู้ได้ทุกอาชีพ 50,000 บาท คืน 1,083 บาท ที่ TikTok eveirada1179
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง วันที่ 23 ม.ค. 69 เกิดแผ่นดินไหวใกล้ภาคเหนือของไทย
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “อาบน้ำร้อนจัดทุกวัน เสี่ยงผิวแก่ก่อนวัย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการอาบน้ำร้อนจัดเป็นประจำ มีผลทำให้ผิวสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการผิวแห้ง และอาจรุนแรงจนเกิดอาการคันหรือมีผื่นผิวหนังอักเสบตามมาได้ ด้านความเชื่อที่ว่า การอาบน้ำร้อนจะล้างน้ำมันออกจากผิวหรือทำให้ผิวแก่ก่อนวัยนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นความจริงแต่อย่างใด









