จับตา “สงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป” ปะทุระลอกใหม่ ดันไทยรับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิต พร้อมเกาะติดเวที Davos 2026 และหุ้นเด่นกำไร Q4 พุ่ง

จับตา “สงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป” ปะทุระลอกใหม่ ดันไทยรับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิต พร้อมเกาะติดเวที Davos 2026 และหุ้นเด่นกำไร Q4 พุ่ง

Advertisement

วันที่ 19 มกราคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ทั่วโลกกำลังจับตาความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป ซึ่งอาจกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกให้ผันผวน แต่ในขณะเดียวกัน สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญของ “ประเทศไทย” ในฐานะเป็นกลางทางการค้า ที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการส่งออกทดแทน พร้อมแนะจับตาการประชุม Davos 2026 และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีน

ความขัดแย้ง “สหรัฐฯ-ยุโรป” เขย่าตลาดหุ้นโลก สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป เริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้น ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเริ่มเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป (อาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ) ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2569 และขู่จะเพิ่มเป็น 25% ในเดือน มิ.ย. หากข้อเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์ไม่คืบหน้า, ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) เตรียมพิจารณามาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 9.3 หมื่นล้านยูโร และอาจใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (Anti-Coercion Instrument) ซึ่งสถานการณ์นี้อาจสร้างรอยร้าวในพันธมิตร NATO ได้

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาคือ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจลดลงได้ยาก เนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจาก EU สูงสุดถึง 20.2% การขึ้นภาษีจะทำให้ราคาสินค้ากลุ่มยานยนต์ ยา และน้ำมันสูงขึ้น กดดันให้การดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยทำได้ยากขึ้น สะท้อนจาก Bond Yield 10 ปี สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน,, นอกจากนี้ งบประมาณทางทหารทั่วโลกในปี 2024 ยังพุ่งสูงถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

เกาะติดเวที Davos 2026 จุดเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่ ในสัปดาห์นี้ (19-23 ม.ค. 2026) จะมีการประชุม World Economic Forum (WEF) หรือ “Davos 2026” ครั้งที่ 56 ภายใต้ธีม “A Spirit of Dialogue” โดยเน้นหารือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการใช้เทคโนโลยี Generative AI อย่างรับผิดชอบ
• กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์: กลุ่ม Defense & Aerospace, Cybersecurity และ Semiconductor
• กลุ่มที่อาจถูกกดดัน: กลุ่มส่งออกและ Logistics

จีนอัดฉีดเศรษฐกิจ หนุน Smart Glasses ด้านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนปี 2026 มีประเด็นน่าสนใจเพิ่มเติมคือการสนับสนุน “Smart Glasses” โดยรัฐบาลจีนจะอุดหนุนเงินสำหรับการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว 15% (สูงสุด 500 หยวนต่อชิ้น) ซึ่งเทคโนโลยีนี้ผสาน AI ช่วยในการแปลภาษาและถ่ายภาพได้ทันที
ไทย: “ตาอยู่” คว้าพุงปลา จากวิกฤตการค้า หากสหรัฐฯ และยุโรปขัดแย้งกันรุนแรง ไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากปรากฏการณ์ “การเบี่ยงเบนทางการค้า” (Trade Diversion) ใน 2 ส่วนหลัก:
1. การส่งออก: ไทยสามารถส่งออกสินค้าเข้าไปทดแทนสินค้าที่สหรัฐฯ และ EU เลิกซื้อขายกันเองได้ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป
2. การลงทุน: ไทยมีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ในฐานะฐานการผลิตที่เป็นกลางและต้นทุนต่ำกว่า
ข้อมูลการค้าระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ และ EU รวมกันมีสัดส่วนถึง 20.5% ของการค้าไทย (มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งมากกว่าจีนที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 เสียอีก

กลยุทธ์การลงทุน: หุ้นเด่นรับกระแสโลกและงบ Q4 จากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน เม็ดเงินมีโอกาสโยกเข้ามายังตลาดเอเชียรวมถึงไทยที่มีความไม่แน่นอนน้อยกว่า, สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ดังนี้:
• กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: WHA, AMATA (รับกระแสย้ายฐานการผลิต),
• กลุ่มชิ้นส่วนฯ และยานยนต์: DELTA, SAT, AH,
• กลุ่มอาหารแปรรูป: CPF, TU, ITC, TFG,
• หุ้นปันผลสูง: BBL, KBANK, AP, SIRI, ICHI
• หุ้นงบ Q4/68 เด่น: PTT, BCP, IVL, BDMS, BCH, MTC, CENTEL, PLANB, STECON โดยคาดการณ์ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนงวด Q4/68 จะเติบโตจากฐานต่ำถึง 99% YoY ช่วยหนุน Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง

#เอเซียพลัส #ASPS #ข่าววันนี้ #SET #หุ้น #หุ้นไทย