Pi Daily หุ้นสหรัฐฯ ถูกขายทำกำไรโดยเฉพาะ Tech (ยกเว้น Alphabet +3%) ประเมินนักลงทุนขายลดความเสี่ยงก่อนที่ NVIDIA จะประกาศผลประกอบการ (พฤหัสเช้าเวลาประเทศไทย) ในประเทศเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ หนุนโอกาสลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (เริ่มเห็น Bond Yield ไทยลดลง) ดีกับกลุ่ม Non Bank โดยผลประกอบการ 3Q25 ภาพรวมไม่ค่อยเด่น สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทย วันนี้เน้นที่ Value Stock (CPN SCB)
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 Pi Daily เผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 557 จุด (-1.2%) ตลาดถูกกดดันจากหุ้นในกลุ่ม Technology โดยนักลงทุนรอติดตามผลประกอบการ NVIDIA และจ้างงานในสัปดาห์นี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.3% หลังมีรายงานว่าท่าเรือของรัสเซียกลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง
เมื่อวานที่ผ่านมาสภาพัฒน์ได้ประกาศการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยประจำช่วง 3Q25 พบว่าขยายตัว 1.2%YoY , -0.6%QoQ การเร่งตัวหลักมาจากส่งออกที่ขยายตัวได้ 11.5%YoY แต่อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยอื่นๆ เติบโตในอัตราชะลอตัวลง อาทิ การบริโภค +2.6%YoY เท่ากับไตรมาส 2 การลงทุนรวม +1.1%YoY ลดลงจาก 2Q25 ที่ 5.8%YoY ด้านการลงทุนภาครัฐกลับมาหดตัว (-5.3%YOY) จากไตรมาสก่อนหน้าขยายตัว +10%YoY
เมื่อมองไปยังข้างหน้าสภาพัฒน์ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2026 อาจขยายตัวเพียง 1.7%YoY การส่งออกที่ขยายตัวได้ดีในปีนี้ปี 26 อาจทำได้เพียงทรงตัวเทียบกับปี 25 แรงส่งหลักคาดว่าจะเป็นการบริโภค (+2.1%YoY) การลงทุนภาครัฐ (+2.9%YoY) ดีกับหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและธนาคารพาณิชย์
สำหรับสหรัฐฯ เมื่อคืนแรงขาย Technology ค่อนข้างเด่นชัด (AMD -2.5% NVIDIA -1.9% แต่ Alphabet +3.1% ได้แรงหนุนจากปัจจัย Berkshire ประกาศลงทุนไปก่อนหน้าแต่ไม่ได้มีปัจจัยอะไรที่กระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ นักลงทุนบางส่วนอาจจะขายเพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนที่ NVIDIA จะรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดในวันพุธหรือพฤหัสบดีเช้าตามเวลาประเทศไทย นอกจากนี้ยังรอติดตามแรงงานสหรัฐฯในคืนวันพฤหัสบดีเวลาประเทศไทยเช่นกัน ภาพรวมตลาดจึงยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ
ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย 3Q25 รายได้รวมอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านบาท (-7%YoY) ในส่วนของรายได้ที่มาจากหุ้น Domestic Play อยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท (-1%YoY) ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำและกำไรสุทธิหุ้น Domestic Play อยู่ที่ 1.76 แสนล้านบาท (+6%YoY) กำไรขยายตัวเด่นในกลุ่ม ICT , Finance , Electronic โดยค้าปลีกกำไรลดลง (-2%YoY) ทำให้ผลประกอบการที่ประกาศออกมาถือว่าไม่ค่อยโดดเด่นเท่าใดนักจึงเห็นราคาหุ้นปรับลงภายหลังจากทยอยรายงานผลประกอบการ
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1270 – 1290 อาจจะเผชิญแรงกดดันจากหุ้น Tech อย่าง DELTA แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ได้กดดันมากเพราะเม็ดเงินอาจไหลไปยังกลุ่ม Value Stock อย่างพวก ICT , Bank , Health อย่างเมื่อคืน Sector ที่ Outperform ใน US ได้แก่ สื่อสาร , Health , Real Estate ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นเน้น Value Stock อย่างธนาคาร (SCB KTB) โรงพยาบาล (BDMS) การเงิน (MTC) ค้าปลีก (CPALL) ศูนย์การค้า (CPN) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
SCB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 146.00 บาท)
กำไรสุทธิออกมาที่ 12.1 พันล้านบาท (+10% YoY, -6% QoQ) ดีกว่าคาดราว 5% เนื่องจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน FVTPL สูงกว่าคาด
CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)
ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 3Q25 ที่กำไรปกติรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง หลังจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจค่าเช่าได้รับผลดีจากการเปิดศูนย์เซ็นทรัล พาร์ค ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นได้แม้เป็นฤดูฝน สำหรับแนวโน้มช่วง 4Q24 คาดรายได้เห็นการเติบโตได้ต่อหลังจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีโครงการเตรียมโอนกว่า 2,000 ล้านบาท
#ดาวโจน์ #DowJones #ข่าววันนี้ #หุ้น #PiDaily #หุ้นสหรัฐฯ #SETINDEX #ลดดอกเบี้ย









