เงินบาทอ่อนค่าแรงจากการแข็งค่าของ Dollar Index ดีกับกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว แต่ SET INDEX อาจปรับฐานเพราะแรงขายใน DELTA ที่ติด Cash Balance

Pi Daily เงินบาทอ่อนค่าแรงจากการแข็งค่าของ Dollar Index ดีกับกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว แต่ SET INDEX อาจปรับฐานเพราะแรงขายใน DELTA ที่ติด Cash Balance เน้นกลยุทธ์เลือกเป็นรายตัวที่น่าสนใจ

Advertisement

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 บล.พายเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิด 243 จุด (-0.5%) เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูประกาศผลประกอบการ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.5% หลังจากอิสลาเอลและฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

หน่วยงานในสหรัฐฯยังคงปิดทำการต่อไปทำให้สหรัฐฯ ไม่มีการประกาศตัวเลขใดๆออกมาในเชิงเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตามหุ้น Technology บางตัวในสหรัฐฯ ยังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง (NVIDIA +1.8% META +2.2%) ความคาดหวังเกี่ยวกับ Technology AI ยังคงดำเนินต่อไป แต่อีกสินทรัพย์ที่น่าจับตามองได้แก่ Dollar Index ที่แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยยะทดสอบระดับ 99.4 และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าแรงทดสอบระดับ 32.77 จากก่อนหน้าที่ 31.5 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ สาเหตุที่ Dollar Index กลับมาแข็งค่าเป็นไปได้ว่ามาจากการอ่อนค่าของ EURO จากปัญหาการเมืองในฝรั่งเศสและแรงกดดันต่อเศรษฐกิจใน EU

ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อน หลังจากที่ผู้นำญี่ปุ่นท่านใหม่ส่งสัญญาณต่อ BOJ ว่าการขึ้นดอกเบี้ยควรทำอย่างระมัดระวัง (มุมมอง Dovish) แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติแต่เชื่อว่ามีผลไม่มากกับตลาดหุ้นเพราะช่วง YTD เงินบาทแข็งค่าจาก 34.8 มาที่ 31.5 แต่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 9.6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้การอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นในกลุ่มส่งออก (ITC TU) และท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW)

สำหรับปัจจัยในประเทศในเชิงเศรษฐกิจไม่มีอะไรใหม่ๆหลังจากทราบผลประชุม ครม.และนโยบายการเงินไปแล้ว แต่กับตลาดหุ้นไทยล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศให้ DELTA เข้าสู่การเข้า Cash Balance เริ่มต้นวันที่ 10 – 30 ต.ค. ระยะสั้นอาจสร้างแรงกดดันต่อ DELTA และด้วย Market Capitalization อันดับแรกจะทำให้ SET มีความผันผวน แต่เงินที่ไหลออกอาจไปยังกลุ่มอื่นๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ค้าปลีก จากกระแสดอกเบี้ยขาลงที่ชะลอระยะสั้นและมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯที่เน้นการบริโภครวมไปถึงสื่อสารที่ Market Capitalization ใหญ่เช่นกัน

คืนนี้ยังไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามเพราะสหรัฐฯ ยังคงปิดหน่วยงานเช่นเดิม วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1295 – 1320 ตลาดน่าจะเริ่มพักตัวจาก Sentiment ที่กลางๆของต่างประเทศผสานกับคาดว่าจะเจอแรงขายใน DELTA ตามการที่ติดบัญชี Cash Balance ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนจังหวะดัชนีปรับฐานอาจมองเป็นโอกาสสะสมในหุ้นที่พื้นฐานดี เช่น ธนาคาร (SCB KTB) ค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT) ส่วนระยะสั้นการ Trading อาจเลือกหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว (AOT AWC CENTEL MINT ERW) ส่งออก (ITC TU) Sentiment เชิงบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท

AWC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท)
เริ่มต้นบทวิเคราะห์ AWC ใหม่ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 2.60 บาท เนื่องจาก 1) โอกาสในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวจากสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ และถือสัญญา GOR หรือสิทธิซื้อและพัฒนาสินทรัพย์คุณภาพในอนาคตจาก TCC Group เป็นเจ้าแรก 2) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง แม้มีโมเดลธุรกิจที่เน้นการลงทุนสูงแบบ Assets-heavy และ 3) ปันผลที่สูงเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจเดียวกันในตลาด

ITC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท)
ผลประกอบการงวด 2Q25 เริ่มเห็นการฟื้นตัวจาก 1Q25 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2%QoQ ขณะที่ปัจจัยบวกที่เห็นได้มีคือการรักษาระดับกำไรขั้นต้นให้ยังอยู่ในระดับ 25% ได้ ขณะที่แนวโน้มในช่วง 2H25 คาดรายได้ยังเติบโตได้ดีอยู่ทั้งจากคำสั่งซื้อใหม่ที่รอส่งมอบอีกมากกว่า 1,600 ล้านบาท

#บริษัทหลักทรัพย์พาย #ตลาดหุ้น #หุ้น #SET #AWC #CashBalance #SETINDEX #ข่าววันนี้ #เงินบาท #ค่าเงินบาท