Advertisement
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกันยายน 68 ขยับขึ้นรอบ 8 ด.รับรัฐบาลใหม่-คนละครึ่งพลัสฟื้น ศก.
วันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมและดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังและมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีจะสามารถใช้นโยบายของรัฐเช่น โครงการคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ แม้ว่ายังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่สหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้าก็ตาม จึงทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 44.4 48.5 และ 59.3 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 8 โดยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนสิงหาคม ที่อยู่ในระดับ 44.1 48.3 และ 58.0 ตามลำดับ การที่ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรมและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 50.1 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามการค้า ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 35.4 เป็น 34.4 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน จาก 57.3 มาอยู่ที่ระดับ 58.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน แต่ผู้บริโภคเริ่มมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้จากนโยบายคนละครึ่งพลัสและนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล ซึ่งจะต้องตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนถัดไปจะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่
#คนละครึ่งพลัส #ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค #หอการค้าไทย #ข่าววันนี้ #สงครามการค้า #ชายแดนไทยกัมพูชา









