ครั้งแรกรอบ 4 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.69 ฟื้นไข้ รับอานิสงส์หยุดยิงชั่วคราว-น้ำมันลด-รัฐอัดฉีดไทยช่วยไทยพลัสดันกำลังซื้อ

ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน! ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.69 ฟื้นไข้ รับอานิสงส์หยุดยิงชั่วคราว-น้ำมันลด-รัฐอัดฉีดไทยช่วยไทยพลัสดันกำลังซื้อ

Advertisement

วันที่ 9 ก.ค.69 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าจากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลายอย่างชัดเจนหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว และราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 44.1 48.7 และ 59.3 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ในระดับ 43.1 47.5 และ 57.9 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นนอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูงซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.5 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงถาวรหรือไม่ ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 33.6 เป็น 34.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 57.3 มาอยู่ที่ระดับ 58.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569 และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้