การเมืองเดือดปุด! หลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ เซ่นคลิปเสียงฮุนเซน จับตา “อนุทิน -ชัยเกษม” ใครเข้าวินนายกคนต่อไป พรรคประชาชนตัวแปรยกมือให้ใครคนนั้นได้เป็น “เท้ง” แถลงตั้ง 3 เงื่อนไขรับได้ยกมือให้เลย
หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นนายกฯ กรณีคลิปเสียงกับ สมเด็จฮุนเซน ผู้นำทางจิตวิญญาณของ กัมพูชา พรรคประชาชน ได้จัดแถลงข่าวเผยจุดยืนโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำแถลงว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ฮุน เซน ถูกเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขวิกฤตการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีกลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของพวกตนเองต่อไป จนกระทั่งวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้คุณแพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอด ว่าคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมาตรฐานจริยธรรม เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนแน่นอน แต่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ จึงมิควรถูกวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า คุณแพทองธาร ควรต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก หรือยุบสภาเพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลเป็นที่สุด ทำให้สภาผู้แทนราษฎรต้องมีมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศ ณ ขณะนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้ จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง และสามารถตั้งทีมบริหารจากความรู้ความสามารถ ไม่ใช่จากการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง
แต่ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลที่จะมีคุณสมบัติดังกล่าว จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศจึงเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และจัดให้มี “การเลือกตั้งใหม่” โดยเร็ว
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา จึงมีภารกิจผ่าทางตันทางการเมืองด้วยกระบวนการรัฐสภา คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อทำหน้าที่ยุบสภา และป้องกันมิให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือนายกรัฐมนตรีคนนอก
โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน พร้อมเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
3. พรรคประชาชนยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ในสมการการเมืองดังกล่าว เหลือ ที่เป็นแคนดิเดตคู่แข่งจากการนำเสนอบุคคลของพรรคเพื่อไทย ที่คาดว่าจะเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ และ แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งหากพรรคประชาชนยกมือให้กับใครคนนั้นก็มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย และจะมีผลในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลทันที









