ศบค.คลายล็อกเดินทางเข้าประเทศ ยกเลิกตรวจ RT-PCR เริ่ม 1 เม.ย.นี้ ปรับพื้นที่สีคุมโควิดใหม่ สีส้มเหลือ 21 จังหวัด ยังห้ามดื่มในร้าน เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน ยังห้ามเล่นน้ำสงกรานต์
ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด 19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) เป็นประธาน ได้มีมติในประเด็นสำคัญ คือเห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร สำหรับผู้เดินทาง Test & Go (บก น้ำ อากาศ) Sandbox Quarantine (AQ,OQ,SQ) และผู้ควบคุมยานพาหนะ ที่ไม่มีฐานปฏิบัติการในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ดังนี้
ก่อนเดินทางเข้าราชอาณาจักร ยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางทุกกลุ่มเมื่อเดินทางถึงราชอาณาจักร กรณี Test & Go และ Sandbox ไม่ต้องตรวจ RT-PCR และ Self-ATK วันที่ 5 กรณี Quarantine กักตัว 5 วัน และตรวจ RT-PCR วันที่ 4-5 กรณี ผู้ควบคุมยานพาหนะ ที่ไม่มีฐานปฏิบัติการในไทย กักตัว 5 วัน และตรวจ Self-ATK วันที่ 5 นอกจากนี้ยังอนุมัติในหลักการแผนการเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร (เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565)
ทั้งนี้ มอบหมายให้ ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ ศปก.ศบค. ปรับคำสั่ง ศบค. เพื่อให้มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2565 ศปก.กก. ศปก.ศธ. ศปก.กต. ศรชล. และ กพท. ประสานการปฏิบัติตามคำสั่ง ศบค.ฉบับใหม่ต่อไป ศบค.มท. ศปม. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. กำกับติดตามมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ได้มีมติ ขยายระยะเวลา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17 ) ออกไปอีก 2 เดือน จากวันที่ 1 เม.ย. -31 พ.ค. 2565 เพื่อเอื้อต่อการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขรวมถึงการบริหารจัดการการเดินทางสัญจรข้ามจังหวัด และการรวมกลุ่มทางสังคมของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
รวมถึงได้พิจารณาปรับลดระดับพื้นที่โซนสีจากพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เดิม 44 จังหวัด ปรับลดเหลือ 21 จังหวัด , พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) เดิม 25 จังหวัด เพิ่มเป็น 47 จังหวัด , พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก 8 จังหวัด เพิ่มเป็น 9 จังหวัด ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. เป็นต้นไป โดยพื้นที่สีส้ม อนุญาตให้ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นใดที่มีร้าน อาหารสามารถรังรับประทานในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ส่วนพื้นที่สีเหลือง สามารถรับประทานอาหารในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านจำกัดเวลาไม่เกิน 23.00 น.
สำหรับพื้นที่ สีส้ม 21 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ ตาก นครนายก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก ระนอง ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฏร์ธานี อุดรธานี อุตรดิตถ์
พื้นที่สีเหลือง 47 จังหวัดได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพรเชียงราย ตรัง ตราด นครพนม นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี ปัตตานี พะเยา เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุทัยธานี อุบลราชธานี
พื้นที่สีฟ้า 9 จังหวัดได้แก่ กทม. กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต
ส่วนการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ สามารถจัดได้ แต่ขอให้จัดแบบประเพณีดั้งเดิม คือ รดน้ำดำหัว เป็นต้น หากจัดสันทนาการต้องขออนุญาติก่อน เพราะเป็นการร่วมกลุ่มจำนวนมาก โดยมีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้
1.การเตรียมตัวก่อนร่วมงาน ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เข้าร่วมงานสงกรานต์ และกลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ ประเมินความเสี่ยงของตนเอง หากพบว่ามีอาการ หรือมีความเสี่ยง ขอให้เลี่ยงการเข้าร่วมงาน หรือให้พิจารณาตรวจ ATK ก่อนเดินทาง/ร่วมงานภายใน 72 ชั่วโมง ขณะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ ให้สวมหน้ากากตลิดเวลา ล้างมือบ่อยๆ งดรับประทานอาหารและงดดื่มแอลกอฮอล์ ผู้จัดงาน
และกิจการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์ให้ลงทะเบียนบนระบบ TSC2+ และประเมินตนเองตามประเภทมาตรการ COVID Free Setting ได้แก่ การจัดกิจกรรมพิเศษ (แสดงคอนเสิร์ต/ดนตรี งานอีเว้นท์ งานเทศกาล มหกรรม) การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มในชุนชน ศาสนาสถาน ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ ฯลฯ การขออนุญาตจัดงานให้เป็นไปตามเขตพื้นที่สถานการณ์ หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กำหนด สำหรับการจัดกิจกรรมในชุมชนให้แจ้ง ศปก.ต./ศปก.อ ผู้นำชุมชน และกำหนดให้มีมาตรการในการควบคุมกำกับอย่างเข้มงวด
2.ระหว่างช่วงงานสงกรานต์ พื้นที่จัดงานสงกรานต์ ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับ อนุญาตให้เล่นน้ำ และจัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่นการแสดงวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรี โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน กำหนดช่องทางเข้า-ออกจากงาน จัดจุดคัดกรอง และควบคุมความหนาแน่นในพื้นที่จัดงาน (1 ต่อ 4 ตารางเมตร) สวมหน้ากากตลอดเวลา พลเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่างตลอดเวลาที่ร่วมงาน
ส่วนพื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน เป็นต้น ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม กิจกรรมรวมกลุ่มในครอบครัด เช่น รดน้ำดำหัว การรับประทานอาหารร่วมกัน ให้จัดกิจกรรมในที่มีการระบายอากาศได้ดี หรือที่โล่ง ไม่หนาแน่นหรือคับแคบ สวมหน้ากากตลอดเวลา งดกิจกรรมการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกัน เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ควรได้รับวัคซีนให้ครบก่อนร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และสัมผัสใกล้ชิดลูกหลาน ผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงห้ามร่วมกิจกรรม
และ 3.หลังกลับจากงานสงกรานต์ ให้สังเกตุอาการตนเอง 7 วัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง และผู้ที่จะไปพบปะกับผู้คนจำนวนมาก หากพบว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อให้ทำการตรวจ ATK ขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ในช่วงการสังเกตอาการ พิจารณามาตรการ WFH ให้เป็นไปตามความเหมาะสม และการพิจารณาของหน่วยงาน
“นายกรัฐมนตรี ขอให้ฝ่ายปกครอง ฝ่ายมั่นคง ร่วมกันทำงานกับสาธารณสุขอย่างเข้มงวดในช่วงของเทศกาล ให้ที่กระทำผิด ฝ่าฝืนให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17) เพื่อให้สามารถมีกลไกบูรณาการของทุกฝ่ายในการควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการเตรียมความพร้อมในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 ในระยะยาว ดังนั้นจึงเห็นควรพิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณืฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือน (1 เมษายน – 31 พฤษภาคม)”






