“ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ” รับนโยบายรัฐบาลปกป้องสังคม “ห้ามส่งออกหมูและของผิด กม.” ย้ำเตรียมพร้อม “ส่งออกไทยฟื้นตัวปี 65”
ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตออกนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากราคาเนื้อหมู
ในประเทศมีราคาปรับตัวสูงขึ้นนั้น นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายถวัลย์ รอดจิตต์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม ได้ขานรับนโยบายรัฐบาล โดยกำชับให้ทุกหน่วยป้องกันการลักลอบการส่งออกสุกรตลอดจนสินค้าผิดกฎหมายไปต่างประเทศอย่างเต็มที่

พ.ต.อ.ณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ กล่าวว่า “ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกำกับเข้มงวดกวดขันทั้งเรื่องการลักลอบส่งออกสุกร เรื่องยาเสพติด หรือสินค้าผิดกฎหมายทุกชนิด โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้นำเรือตรวจการณ์ออกตรวจตราตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณอ่าวไทยจนถึงสุดเขตศุลกากรกรุงเทพด้านเหนือย่านรัฐสภาเกียกกายเพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดทางศุลกากรและรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน นอกจากนั้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนยังได้จัดกิจกรรมจิตอาสา โดยมอบหน้ากากอนามัย ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำดื่ม ให้แก่นายบัณฑิต สาครวิศวะ ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพและผู้ที่มาใช้บริการเพื่อเป็นการช่วยลดค่าครองชีพอีกด้วย”

ด้าน นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ ผู้อำนวยการส่วนบริการ1 นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่าในปี65 แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังคงส่งสัญญาณที่ดี จะขยายตัวขึ้นมาอยู่ในช่วงร้อยละ4ต่อปี ในขณะที่การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ3.6ต่อปี ตามอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ประเมินว่าจะมีผู้มาใช้บริการด้านพิธีการศุลกากรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งทางศูนย์เอกซเรย์ฯได้เตรียมความพร้อมในด้านบุคลากรในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขานรับกับทางกรมฯที่ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าควบคู่การควบคุมทางศุลกากร เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้สอดรับกับนโยบาย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของรัฐบาล..







