ปิดตำนานนางฟ้า”มาเรีย ชาราโปว่า”แขวนแร็กเกต

มาเรีย ชาราโปว่า นางฟ้าตำนานวงการเทนนิสโลก ตัดสินใจโบกมือลาคอร์ทเทนนิสเรียบร้อยแล้วในวัยเพียง 32 ปีเท่านั้น โดยงานนี้เจ้าตัวยอมรับคงคิดถึงแร็กเกตและกีฬาชนิดนี้ แต่ชีวิตพร้อมแล้วที่จะก้าวเดินต่อไปในบทบาทใหม่ กระนั้นเธอไม่ได้บอกว่าต่อไปจะทำอะไรหลังจากเลิกเล่นเทนนิสแล้ว

Advertisement

มาเรีย ชาราโปว่า นักเทนนิสสาวพราวเสน่ห์ชาวรัสเซีย ตัดสินใจประกาศแขวนแร็กเกตอย่างเป็นทางการในวัยเพียง 32 ปีเมื่อวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่โลดแล่นในวงการนี้มานานกว่า 28 ปีพร้อมขอบคุณกีฬาชนิดนี้ที่มอบทุกอย่างให้ชีวิตเธอ

แร็กเกตสาวเลือดหมีขาว โด่งดังสุดขีดเพราะใบหน้าที่สวย และฝีมือการเล่นเทนนิสที่ยอดเยี่ยม โดยเธอผงาดคว้าแชมป์แกรนด์สแลม ครั้งแรก รายการ วิมเบิลดัน เมื่อปี 2004 ในวัยเพียงแค่ 17 ปี และกวาดแชมป์ครบ 4 แกรนด์สแลม ได้แก่ เฟร้นช์ โอเพ่น (2 สมัย), ยูเอส โอเพ่น และออสเตรเลียน โอเพ่น อย่างละ 1 สมัย

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอต้องพลิกผันโดยในการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2016 เจ้าตัวถูกตรวจพบสารเมลโดเนียม ซึ่งเป็นสารต้องห้ามทำให้โดนสั่งแบนยาว 15 เดือน และหลังจากที่ชดใช้ความผิดจนครบแล้วแต่ฟอร์มเก่งของ ชาราโปว่า ไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย

แมตช์ล่าสุดเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า ชาราโปว่า ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปเมื่อเธอแพ้ให้กับ ดอนนา เวคิช นักเทนนิสรุ่นน้องแบบราบคราบ 2 เซตรวดในการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น ปีนี้ ด้วยเหตุนี้ อดีตนักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลกซึ่งต้องเจอกับอาการบาดเจ็บหัวไหล่รุมเร้าจนทำให้ปัจจุบันอันดับโลกของเธอร่วงไปอยู่ที่ 373 เปิดใจผ่านนิตยสาร “โวก” (Vogue) และ วานิตี้ แฟร์ ( Vanity Fair) ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ตัดสินใจอำลาคอร์ตเทนนิส

ชาราโปว่า ซึ่งยังไม่บอกว่าหลังจากนี้เธอจะไปทำอะไร เปิดใจว่า “คุณจะลืมสิ่งเดียวในชีวิตที่คุณรู้จักได้ยังไง ? คณจะเดินออกจากคอร์ตที่คุณฝึกซ้อมมาตั้งแต่เป็นเด็ก, การแข่งขันที่คุณรัก ซึ่งทำให้คุณต้องร้องไห้ และมีความสุขเหลือล้นจนพูดไม่ออก กีฬาที่คุณได้สร้างครอบครัว อยู่เคียงข้างกับแฟนๆ ที่คอยหนุนหลังคุณมานานกว่า 28 ปีได้ยังไง ?”

“ฉันยังใหม่กับเรื่องนี้ โปรดให้อภัยฉันด้วย เทนนิส ฉันขอกล่าวอำลาแล้วนะ หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ฉันประสบความสำเร็จก็คือฉันไม่เคยมองย้อนกลับและไม่เคยมองไปข้างหน้า ฉันเชื่อถ้าฉันยังคงมุ่งมั่น ฉันก็สามารถผลักดันตัวเองให้ไปสู่จุดสูงสุดได้ ตลอดอาชีพของฉัน มันคุ้มค่าไหม ? ไม่ต้องสงสัยเลย และมันยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไป”

“สภาพจิตใจของฉันกล้าหาญซึ่งเป็นอาวุธที่แกร่งที่สุดของฉันมาตลอด แม้ว่าคู่แข่งของฉันจะมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า, มั่นใจมากกว่า แต่ฉันก็พร้อมสู้และพยายามอย่างเต็มที่ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องพูดกระตุ้นเรื่องการทำงาน หรือความพยายามหรือความอดทน นักกีฬาย่อมเข้าใจถึงการเสียสละหากพวกเขาต้องการประสบความสำเร็จ”

“เทนนิสให้ทุกอย่างในชีวิตของฉัน และฉันคงจะคิดถึงมันทุกวัน ฉันคงคิดถึงการฝึกซ้อม และการเดินทางในแต่ละวัน การตื่นแต่เช้า ผูกเชื้อรองเท้าซ้ายก่อนจะผูกข้างขวา และเดินเข้าไปที่ประตูคอร์ตเทนนิสก่อนที่ฉันจะหวดบอลลูกแรกของวัน ฉันคงคิดถึงทีมงาน, โค้ชของฉัน ฉันคงคิดถึงเช่วงเวลาที่นั่งอยู่กับคุณพ่อที่ซุ้มม้านั่งริมสนามซ้อม”

“การจับมือไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ และการเป็นนักกีฬาไมว่าพวกเขาจะรู้หรือไม่ มันช่วงผลักดันให้ฉันทำผลงานให้ดีที่สุด ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันรู้สึกว่าเทนนิสเป็นภูเขาของฉัน ทางเดินของฉันมันเป็นหุบเขา และคดเคี้ยว แต่เมื่อมองลงมาจากจุดสูงสุดมันช่างน่าเหลือเชื่อ”

“หลังจากอยู่ในวงการนี้มานานถึง 28 ปี และคว้าแชมป์แกรนด์สแลม 5 สมัย ฉันพร้อมที่จะก้าวไปสู่ภูเขาลูกอื่น ได้พบกับการแข่งขันที่แตกต่าง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ มีบางครั้งที่ฉันมองไปข้างหน้า แล้วรู้สึกอยากจะอยู่เงียบๆ ร่วมกับครอบครัวของฉัน นั่งเอ้อระเหยลอยชายดื่มกาแฟตอนเช้า จากนั้นก็ไปออกกำลังกาย”

“เทนนิสช่วยเปิดโลกให้ฉัน และมันยังแสดงให้ฉันได้เห็นถึงสิ่งที่ฉันทำได้ ฉันต้องทดสอบตัวเอง ไม่ว่าฉันจะเลือกบทบาทใหม่ยังไงก็ตาม มันคือภูเขาลูกต่อไปของฉัน ฉันยังคงมุ่งมั่น, พร้อมปีน และพร้อมที่จะเติบโตต่อไป” ส่วนหนึ่งในข้อความเปิดใจของ ชาราโปว่า ระบุ