พปชร. ดูดอดีต ส.ส. พท. เข้าเล้าพรึ่บ

อำนวย คลังผา

พปชร. คึกคัก อดีต ส.ส. พท. แห่ซบพรึ่บ “ลูกบุญทรง-ไผ่วันพอยท์-ไวพจน์-อำนวย-ฐานิสร์” มาตามนัด “ลูกบุญทรง” น้ำตาคลอทิ้งพท. โวยโจมตีประเด็นพ่อป่วยโยงการเมือง ลั่นไม่ไว้วางใจกันก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ขณะที่ “อุตตม-สนธิรัตน์” ยันไร้ดีลต่อรองเรื่องคดี

Advertisement

บรรยากาศการรับสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังเป็นไปด้วยความคึกคัก ยังมีอดีต ส.ส.ทยอยเดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคล้นหลาม โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นำอดีต ส.ส.และอดีต ส.ว.กำแพงเพชร 5 คน ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย นายอนันต์ ผลอำนวย อดีต ส.ส.กำแพงเพชร นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ อดีต ส.ว.กำแพงเพชร มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำกลุ่ม ส.ส.กำแพงเพชร ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินลงไปรับที่รถด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ยังมี นายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.มหาดไทย และหลานชายนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย มาสมัครสมาชิกพรรคด้วย
ต่อมานายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยกล่าวว่า สาเหตุที่มาสมัครพลังประชารัฐ เพราะเห็นว่านโยบายรัฐบาลถูกใจประชาชน เช่น ราคาข้าวที่ขณะนี้มีราคาดีขึ้นและสวัสดิการต่างๆที่โดนใจประชาชน รวมถึงเกิดความขัดแย้งก่อนหน้านี้มีการเดินขบวนไม่จบไม่สิ้น จึงเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐดูแลจุดนี้ได้ ตนได้รับการทาบทามจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และใช้เวลาตัดสินใจเพียงวันเดียวในการย้ายพรรค ส่วนอดีต ส.ส.ลพบุรีคนอื่นๆจะตามมาด้วยหรือไม่ตนไม่ทราบ ส่วนจะวางให้ตนดูแลในพื้นที่ จ.ลพบุรี หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของเลขาธิการพรรค
ส่วนนายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุกคดีทุจริตระบายข้าว (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าว ได้เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอว่า บทบาททางการเมืองของพ่อจบไปตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินจำคุก ตลอดระยะเวลาที่บิดาติดคุก ทุกคนคงได้เห็นในข่าวที่บิดาของตนถูกโจมตีเสียๆหายๆจากฝั่งทนายของอดีตนายกรัฐมนตรีพอถึงเวลาที่พ่อเจ็บป่วยควรได้รับการรักษาดันไปเอาข่าวไปเชื่อมโยงกับคดีต่างๆนานา ส่งผลกระทบต่อบิดาที่ต้องรับการรักษาตัว ถึงขั้นมีการพูดว่ามีการดีลวงในหรือไม่ ทำให้คนอื่นที่ได้รับข่าวไม่อยากมาช่วย ถูกมองป่วยจริงหรือไม่ เอาไปผูกกับเรื่องการเมืองไปหมด
“ท่านบอกว่าชีวิตการเมืองของท่านจบไปแล้ว ต่อไปให้ลูกตัดสินใจเอง เมื่อมีความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นภายในพรรคเพื่อไทย เกรงว่าการเดินหน้าทางการเมืองจะมีปัญหา ตนนั่งคิดอยู่นานและตัดสินใจว่าถอยออกมาก้าวหนึ่งดีกว่า จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความสบายใจของตัวเอง ของพรรค และของบิดา พรรคเพื่อไทยจะได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”
เมื่อถามว่า จะไม่กลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติแล้วใช่หรือไม่ นายเดชนัฐวิทย์ตอบว่า จะบอกว่าไม่กลับไปร่วมงานก็ไม่ได้ เพราะถ้าลงเลือกตั้งแล้วได้รับเลือกก็ต้องอยู่สภาเดียวกัน ดังนั้นการทำงานร่วมกันเพื่อประชาชนไม่มีปัญหา ส่วนการเลือกตั้งจะลงเขตเดิมของพ่อคือเขต 7 จ.เชียงใหม่
ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า การเข้ามาครั้งนี้ของนายเดชณัฐวิทย์ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือเรื่องคดีความใดๆทั้งสิ้น นายเดชณัฐวิทย์สนใจมาร่วมทำงานกับพรรคด้วยใจมุ่งมั่นของตัวเอง และวันที่ 7 ธ.ค. นายกรัฐมนตรีหารือพรรคการเมืองเรื่องการปลดล็อก ในฐานะหัวหน้าพรรคจะไปประชุมด้วย ส่วนกรณีที่ กกต.จะตรวจสอบนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น พรรคไม่กังวล การวิจารณ์นโยบายบัตรคนจนไม่ต่างจากประชานิยมนั้น นโยบายนี้มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้มีรายได้น้อยให้ลืมตาอ้าปากได้ ไม่ก่อให้เกิดภาระต่อประเทศ เราไม่มองว่านโยบายพรรคแตกต่างจากนโยบายรัฐบาลในอดีตหรือไม่ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนถือว่าดี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เสียงวิจารณ์พรรคพลังประชารัฐดูด ส.ส.เป็นการเล่นการเมืองแบบเดิมๆนั้น หากคนที่ถูกดูดเห็นว่าพรรคนี้ไม่สามารถร่วมอุดมการณ์ได้คงไม่มา ในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงคน ทุกคน มีจุดยืนและความคิดของตัวเอง เมื่อมีความคิดตรงกันจึงเดินไปด้วยกันได้ ยืนยันอีกครั้ง ไม่มีการดีลเรื่องคดีความกับใคร