มังกรผงาดอีก! คราวนี้รุกวงการศึกษาไทย ทะยอยไล่ซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนของไทย พร้อมปลดอาจารย์ รมช.ศธ.ยอมรับ ทำอะไรไม่ได้ แนะต้องปรับตัวกันเอง
นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งมีการขายกิจการให้กับกลุ่มทุนชาวจีนและปลดอาจารย์จำนวนมาก ว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยเอกชนทั่วประเทศมีจำนวน 73 แห่ง โดยในจำนวนนี้ก็มีทั้งกลุ่มมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำ และกลุ่มมหาวิทยาลัยระดับล่างที่คุณภาพต่ำ และจำนวนผู้เรียนลดลงกว่า 50 % ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมหาวิทยาลัยคุณภาพต่ำเด็ก ก็ไม่สนใจที่จะเข้าเรียน ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับตัว และทบทวนการดำเนินการ ปรับปรุงให้มีความเหมาะสม เช่น มหาวิทยาลัยเปิดสอน 10 คณะ ก็จะทำให้แต่ละคณะต่างดึงกัน ไม่มีความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งตนคิดว่ามหาวิทยาลัยควรที่จะคัดเลือกเฉพาะคณะที่มีความเข้มแข็ง มีคุณภาพ สามารถสร้างความเชื่อถือให้กับมหาวิทยาลัยได้ นำมาสร้างเป็นจุดเน้น ดึงดูดให้เด็กเข้ามาเรียน เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เองก็ไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยปิดตัว แต่มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวซึ่งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่หากมหาวิทยาลัยยังนิ่งเฉยก็จะไม่มีใครสนใจเข้ามาเรียน

ต้องเข้าใจว่าขณะนี้จำนวนนักศึกษาถือว่าลดลงอย่างมากและเป็นไปทั่วโลก หากมหาวิทยาลัยไม่มีการปรับตัว สุดท้ายก็คงต้องปิดตัว ตัวอย่างชัดเจนที่ประเทศอเมริกา ที่มีมหาวิทยาลัยปิดไปแล้วกว่า 500 แห่ง สำหรับปัญหาการปลดอาจารย์ ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อมหาวิทยาลัยปรับโครงสร้างก็ต้องปรับจำนวนอาจารย์ด้วย และในส่วนของการปรับหลักสูตรในอนาคต ควรจะมุ่งเน้นบูรณาการหลักสูตร ซึ่งหากอาจารย์ไม่ปรับตัว สอนเฉพาะวิชาของตนเอง ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถอยู่ได้ ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยปรับตัว เปิดสอนในสาขาที่ตรงกับความต้องการของประเทศได้ อาจารย์ผู้สอนสามารถปรับตัวและสอนแบบบูรณาการได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการปลดอาจารย์มหาวิทยาลัย”

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มทุนจีนจะเข้ามาซื้อกิจการมหาวิทยาลัยไทยนั้น รมช.ศธ.กล่าวว่า “คิดว่ามีความเป็นไปได้ เพราะตอนนี้ในมหาวิทยาลัยเอกชนมีเด็กจีนเข้ามาเรียนจำนวนมาก และกลุ่มทุนจีนจะมีลักษณะเข้ามาดำเนินการอย่างครบวงจร จึงอยากเตือนมหาวิทยาลัยให้ปรับตัว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น”









