ชงSECเชื่อมมหาสมุทรรับครม.สัญจรเอกชนใต้จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ

นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตฯ เป็นประธานการประชุม

ภาคเอกชนประชุมรับครม.สัญจร ชุมพร-ระนอง พร้อมเสนอแผน SEC ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ แบบคอมโบ้เซท ทั้งเชื่อมสองฟากมหาสมุทร รวมถึงการจัดโซน ตอนบน-ตอนล่าง

Advertisement

ในเวทีการประชุม หารือหัวหน้าราชการและภาคเอกชนพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการต้อนรับการประชุทครม.สัญจร ชุมพร-ระนอง ของรัฐบาล โดยมี นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ซึ่งมีการหารือแผนต่างๆ เตรียมที่จะเสนอต่อที่ประชุมครม.

โดยนายไพโรจน์ ชัยจิระธิกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการกิจการโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสนอถึงโครงกาณระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC (SEC southern economic corridor) โดยระบุว่า “ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ จะเชื่อมโยงการพัฒนาระหว่าง ภาคกลางและภาคใต้ เชื่อมทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออก ที่สำคัญพื้นที่ภาคใต้แบ่งเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน มีพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยยาวประมาณ 507 กม. ส่วนฝั่งอันดามันยาว 570 กม. ดังนั้นหากจะมีการบูรณาการภาคใต้ จำเป็นที่จะต้องแบ่งพื้นที่การพัฒนาเป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างและตอนบน เพื่อการเชื่อมต่อภายในภาค

ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวจากการร่วมหารือกับภาคเอกชนต่างเห็นด้วย ซึ่งการมีระเบียงเศรษฐกิจทั้งตอนบน-ล่าง จะช่วยส่งผลดีต่อจังหวัดในภาคด้วย จะมีการพัฒนานวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน

สำหรับโครงการจะแบ่งเป็น SEC ตอนบน ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี โดยมีโครงการดังนี้ 1. ชุมพร พัฒนาเป็นแอ่งผลไม้ การท่องเที่ยว Eco-tourism และจุดเชื่อมต่อรถไฟจากภาคกลาง 2. ระนอง จะพัฒนาให้เป็นท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงท่าเรือทวายและกลุ่มประเทศ BIMSTEC 3. สุราษฎร์ธานี จะพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมชีวภาพ Oil-Palm City การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เมืองสมุนไพร และพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise)

นายไพโรจน์ ชัยจิระธิกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการกิจการโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ผู้เสนอโครงการSEC

ขณะที่โครงการะเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง อยู่ในพื้นที่ 2 จังหวัดคือ สงขลา และสตูล โดยตั้งเป้าเป็นพื้ที่พัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและโลจิสติกส์ คือ 1.สงขลา เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาสำคัญของภาคใต้คือ ม.สงขลานครินทร์(มอ.) จึงจะพัฒนาให้เป็นพื้นที่เพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) พัฒนานวัตกรรม อุตสาหกรรม บุคลากร ด้านการเกษตร ยางพารา อาหาร ประมง การแพทย์ครบวงจร สมุนไพร การค้า โลจิสติกส์ ดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ พลังงานทางเลือก และโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนามอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา, ท่าเรือสงขลา 2 และด่านชายแดน เชื่อมโยงภาคใต้ชายแดน, IMT-GT,ASEAN, BIMSTEC, การค้าโลก 2.สตูล จะพัฒนาอุทยานธรณีโลก พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับโลก แหล่งผลิตสินค้าฮาลาล รวมทั้งการท่องเที่ยวโดยเป็นสะพานเชื่อม ต.ปูยู(ไทย)-ปะลิส(มาเลเซีย)

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการจัดตั้ง SECd พื้นที่ Digital Park ของ SEC โดยใช้พื้นที่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปสินค้าเกษตรต่างเช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง พืชอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น การประยุกต์ใช้ดิจิทัลกับการเกษตร การขยายผลการใช้งานแบบบูรณาการระหว่างระบบคัดแยกทะลายปาล์ม ด้วยแอพพลิเคชั่น“ปาล์มเวลา” เป็นต้น