กรมชลฯเผย ปีนี้สิ้นสุดฤดูแล้งแล้ว คนไทยร่วมกันบริหารน้ำได้ดีตามแผน ทำให้พ้นภัยแล้งได้ด้วยดีเผยฝนปีนี้ กรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการน้ำโดยการใช้มาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ในส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้มาตรการปรับเปลี่ยนปฏิทินการทำนาปี เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับน้ำหลากหลังเก็บเกี่ยว

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้สิ้นสุดฤดูแล้งแล้ว จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ไม่รุนแรงมากนัก พืชผลทางการเกษตรในช่วงฤดูแล้งไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนผลการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศ (1 พ.ย. 60 – 30 เม.ย. 61) การใช้น้ำในปีนี้ถือได้ว่าเป็นไปตามแผน โดยทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 24,836 ล้าน ลบ.ม. จากแผนที่วางไว้ 25,067 ล้าน ลบ.ม. เช่นเดียวกันสำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2560/61 ไว้ทั้งสิ้น 7,700 ล้าน ลบ.ม. ปรากฎว่ามีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 8,553 ล้าน ลบ.ม. เกินแผนไปเพียงร้อยละ 111 ซึ่งถือว่าไม่มากนัก เนื่องจากได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ร่วมใจกันปฏิบัติตามแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นอย่างดี ส่งผลให้การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้
สำหรับแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2561 กรมชลประทาน ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำโดยการใช้มาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง อาทิ การคาดการณ์และติดตามสภาวะทางอุตุ-อุทกวิทยา การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำโดยใช้ Reservoir Operation Simulation และ Reservoir Operation Rule Curve การตรวจสอบความพร้อมใช้งานของอาคารชลประทาน การใช้ระบบโทรมาตรเพื่อพยากรณ์น้ำและเตือนภัย การควบคุมปริมาณน้ำให้ได้ตามเกณฑ์การเชื่อมโยงข้อมูล และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ และการปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกพืช เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับน้ำหลาก เป็นต้น ส่วนมาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้าง นั้น จะดำเนินตามแผนงานขุดลอก การซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารชลประทาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อาคารชลประทานและระบบชลประทาน ตัดยอดน้ำหลากเพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชน รวมไปถึงการใช้อาคารชลประทานและระบบชลประทานในการควบคุมปริมาณน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เกษตรด้วย

ในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยากรมชลประทาน ได้ใช้มาตรการปรับเปลี่ยนปฏิทินการทำนาปี เพื่อใช้พื้นที่การเกษตรเหล่านั้นเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว ได้แก่ พื้นที่ตอนบนตั้งแต่นครสวรรค์ขึ้นไป คือพื้นที่ ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ ในปีนี้มีการปรับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น จากเดิมปีที่แล้วมีพื้นที่ 265,000 ไร่ เพิ่มเป็น 382,000 ไร่ รับน้ำได้มากขึ้นจากเดิม 400 เป็น 550 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทาน ได้ส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาปีแล้วตั้งแต่ 1 เม.ย. 61 เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในเดือนกรกฏาคม ส่วนพื้นที่ตอนล่างตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา พื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้แก่ ทุ่งเชียงราก ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งบางบาล โครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ พื้นที่รวมกว่า 1.15 ล้านไร่ รับน้ำได้ 1,500 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทาน ได้ส่งน้ำให้เกษตรกรเริ่มทำนาปี ตั้งแต่ 1 พ.ค. 61 เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนกันยายน ก่อนจะใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำในช่วงฤดูหลากต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ พร้อมกับตรวจสอบอาคารชลประทาน ระบบชลประทานต่างๆ ในพื้นที่ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้ง ให้เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญให้บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและรายงานสถานการณ์น้ำต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้รับทราบ และเตรียมการป้องกันได้อย่างทันต่อเหตุการณ์









