“โกลเบล็ก” ชี้ SET พ.ย. Sideway ต่างชาติเทขาย-FEDจ่อขึ้นดอกเบี้ย ชู BDMS-PR9-BH เด่นรับไฮซีซัน

บล.โกลเบล็ก (GBS) มองดัชนีหุ้นไทยเดือนพฤศจิกายน 2569 แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,480-1,550 จุด จากปัจจัยกดดันแรงเทขายของต่างชาติ บวกกับวิกฤตตะวันออกกลางยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง ด้าน FED จ่อขึ้นดอกเบี้ย แนะกลยุทธ์พักเงินในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล BDMS-PR9-BH รับอานิสงส์งบไตรมาส 3 โตเด่นเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน

Advertisement

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤศจิกายน 2569 มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน (Sideway) ในกรอบ 1,480-1,550 จุด จากปัจจัยกดดันการเทขายสะสมของนักลงทุนต่างชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้

สำหรับปัจจัยบวกที่เข้ามาพยุงตลาด ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) เตรียมระบายน้ำมันสำรอง 42.6 ล้านบาร์เรล โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นน้ำมันดีเซลเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน และการที่ราคาน้ำมันร่วงลงแรง หลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน ขณะที่ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.4% แข็งแกร่งกว่าที่คาด สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2% ด้านประธาน FED แถลงยืนยันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเกินไป แม้มีแรงกดดันด้านอุปสงค์อันเนื่องมาจากการเติบโตของการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ตาม และย้ำว่า การเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม ตามการคาดการณ์ของตลาด แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในเขตยูโรโซนดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

ส่วนในประเทศกระทรวงการคลังสามารถเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ทะลุเป้าแตะ 2.94 ล้านล้านบาท อานิสงส์จากการบริโภคที่ฟื้นตัวและผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น-ไฟฟ้าที่เติบโตตามราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ธปท. เตรียมออก 5 มาตรการกำกับดูแลการเงินใหม่ คุมซื้อขายทองคำเกิน 10 ล้านบาท ออกใบอนุญาต BNPL ยืนยันดอกเบี้ยนโยบาย 1% เหมาะสม

ขณะที่ปัจจัยลบที่ต้องระวัง คือ ความกังวลด้านเงินเฟ้อหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ในเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้น 3.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากเดือนส.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.4% ทิศทางราคาถ่านหิน Newcastle ที่ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกมาก โดยหากราคาก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับปัจจุบัน ราคาถ่านหินอาจพุ่งสูงกว่า 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันก่อนที่จะสูญเสียความได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ

ด้านโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเดือนที่สาม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด รวมถึงเหตุการณ์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Binance ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ ตลอดจนความเสี่ยงในการเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ หากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินนโยบายของปธน.ทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ในประเทศเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (7-11 ธ.ค.) และการประชุม กนง. (23 ธ.ค.) ส่วนต่างประเทศ ให้น้ำหนักไปที่ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (3 พ.ย.) ที่อาจมีต่อนโยบายการคลังของสหรัฐ การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (5 พ.ย.) และการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งดัชนี PMI ของจีน ยุโรป และสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน ลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS, PR9 และ BH เนื่องจากประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะออกมาเติบโตอย่างโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาล

#โกลเบล็ก #SET #ราคาน้ำมัน #FED #สินทรัพย์ดิจิทัล