วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ดร. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง (Dr. Sanhaphot Suksrimuang) ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคโอกาสใหม่ เพื่อวางสถานะทางการเมืองของตนเองให้มีความเป็นอิสระ และเปิดโอกาสให้สามารถทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองกับบุคคลหรือกลุ่มใด แต่เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้ตนเองสามารถทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติ โดยไม่ยึดติดกับสังกัดหรือข้อจำกัดทางการเมืองของพรรคใดพรรคหนึ่ง
หนึ่งในเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาสำหรับอนาคต คือ หากมีโอกาสและมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็มีความประสงค์ที่จะสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน
ดร.สัณหพจน์ กล่าวว่า ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และองค์กรที่มีหน้าที่จัดการและกำกับดูแลการเลือกตั้งจะต้องได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งทุกครั้งควรเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และตรวจสอบได้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนต้องได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน และคะแนนเสียงของประชาชนทุกเสียงต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม
วันนี้ผมจึงเลือกที่จะก้าวออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้ตัวเองมีความเป็นอิสระทางการเมือง และเปิดโอกาสให้สามารถทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในวันข้างหน้า

ผมอยากเห็นประเทศไทยมีระบบการเลือกตั้งที่ประชาชนทุกฝ่ายยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในประเทศหรือคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ทุกคนควรมีความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
หากในอนาคตผมได้รับโอกาสให้เข้าไปมีส่วนร่วมในองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง ผมตั้งใจที่จะใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถ เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
การลาออกในวันนี้ จึงไม่ใช่การยุติบทบาทในการทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติ แต่เป็นการเปิดประตูสู่บทบาทใหม่ในอนาคต

ดร. สัณหพจน์ ยืนยันว่า ยังคงมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และมุ่งหวังเห็นประเทศไทยมีระบบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ประชาชนมีสิทธิมีเสียงอย่างแท้จริง และทุกองค์กรที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติสามารถยืนหยัดอยู่บนหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง และความเป็นธรรม
เพราะประเทศชาติควรอยู่เหนือผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง และความเป็นธรรมควรเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนได้รับอย่างเท่าเทียมกัน









