‘บมจ.อุบล ไบโอ เอทานอล’ หรือ UBE ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจร โชว์ความสำเร็จอีกขั้นก้าวสู่การรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ยั่งยืน คว้าประเมิน CGR 2569 ระดับ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยบรรลุคะแนนประเมิน CGR 2569 มากกว่า 90% จากบริษัทจดทะเบียนกว่า 840 แห่ง ตอกย้ำองค์กรโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล สร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม พร้อมขับเคลื่อน ESG และเศรษฐกิจชีวภาพไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จก้าวไปอีกขั้นสู่ความยั่งยืน ในการรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2569 (CGR 2026) ในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring)” หรือ 5 ดาว ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2026 : CGR) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 840 บริษัท
สำหรับผลการประเมินปีนี้ UBE บรรลุคะแนนการประเมินตั้งแต่ร้อยละ 90 ขึ้นไป ถือเป็นการยืนยันถึงมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือขององค์กรในระดับประเทศ ตลอดระยะเวลา UBE มุ่งมั่นดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาลตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Code) ใน 4 ด้านหลัก ดังนี้
1.สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้ซักถาม และให้สิทธิออกเสียงอย่างเป็นธรรม และการดูแลผู้ถือหุ้นรายย่อย ไม่ให้เกิดการใช้ข้อมูลภายใน (Inside Trading) เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
2.การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG) โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ทั้งลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งบูรณาการแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ อาทิ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดคาร์บอน ตลอดจนการพัฒนาชุมชนโดยรอบให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
3.การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียม ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและหลากหลาย เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา
4.ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท มีโครงสร้างและความหลากหลายเหมาะสม มีกรรมการอิสระในสัดส่วนที่ถูกต้อง พร้อมทั้งมีการกำกับดูแลการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ ควบคุมระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง การตรวจสอบภายใน ตลอดจนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างเติบโตและมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการกำกับดูแลกิจการที่ดี การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง เน้นการสร้างความสมดุลในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน รักษาคุณค่าและประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยผ่านการบริหารงานที่เป็นเลิศและมีจริยธรรม UBE ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่เป็นเลิศ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตามแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวอีกขั้นสู่ความยั่งยืน และพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป” นางสาวสุรียส กล่าว
#UBE #แปรรูปมันสำปะหลัง #สุรียสโควสุรัตน์









