กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายรัฐบาลมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดันพลังงานสะอาดแก้ไขวิกฤตการณ์พลังงานรับวันมาตรฐานโลก เร่งรัด สมอ. คุมเข้มความปลอดภัย “แผงโซลาร์เซลล์” บังคับใช้ภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ พร้อมผลักดันมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์ อีก 7 มาตรฐาน เป็นสินค้าควบคุม หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างปลอดภัย
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยผลักดันการกำหนดมาตรฐานด้านพลังงานสะอาดให้เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับทิศทางของประชาคมโลก ที่ได้รณรงค์ร่วมกันเนื่องในโอกาส “วันมาตรฐานโลก” (World Standards Day) ประจำปีนี้ เน้นย้ำถึงบทบาทของมาตรฐานเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะ SDG 7 ที่มุ่งสร้างหลักประกันว่า ทุกคนจะสามารถเข้าถึงพลังงานที่ทันสมัย ยั่งยืน เชื่อถือได้ เพื่อให้ประชากรทั่วโลก สามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม
“ปัจจุบันประชาชนและภาคธุรกิจหันมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) กันมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น อุปกรณ์สำคัญอย่างแผงโซลาร์เซลล์ต้องมีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง จึงได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งรัดการประกาศให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ สามารถออกใบรับรองได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งรัดให้กำหนดและบังคับใช้มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์อีก 7 มาตรฐาน ครอบคลุมตั้งแต่สายไฟ DC แบตเตอรี่ลิเทียม ฟิวส์ อินเวอร์เตอร์ เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง ขั้วต่อสายไฟ และตู้รวมสายไฟ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า ระบบพลังงานสะอาดของไทยปลอดภัยตามมาตรฐานสากล”

นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สมอ. อยู่ระหว่างการประกาศกฎกระทรวงอุตสาหกรรมในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้โดยทันทีภายหลังการประกาศ เป็นผลให้ผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย จะต้องทำ นำเข้า และจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับบทลงโทษทำ/นำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยแผงโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน ต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย ได้แก่ การทนความร้อน การตัดไฟ การใช้งานในอุณหภูมิสูง การป้องกันไฟรั่ว การลามไฟ เมื่อวัสดุของแผงเผชิญกับความร้อน หรือประกายไฟ และคุณสมบัติทางกล เป็นต้น

นอกจากนี้ สมอ. ยังได้จัดการสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรฐานในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งระบบ มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่มาตรฐานจะมีผลบังคับใช้ โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 2 วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ครั้งที่ 3 วันที่ 4 สิงหาคม 2569 และล่าสุดครั้งที่ 4 วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์แผงโซลาร์เซลล์ ที่จะมีผลบังคับภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ โดยยื่นผลการทดสอบผลิตภัณฑ์แผงโซล่าร์ ตามาตรฐาน IEC 61730 ร่วมกับใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ประกอบการขอรับใบอนุญาต เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถใช้แผงโซลาเซลล์ได้อย่างปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ตามนโยบายรัฐบาล
#แผงโซลาร์เซลล์ #วราวุธศิลปอาชา #สังคมคาร์บอนต่ำ









