สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด หลังส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ โดยผู้ประกอบการหลายแห่งได้รับความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ และสินค้า ขณะที่บางพื้นที่ต้องหยุดการผลิตและการขนส่ง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานและการส่งมอบสินค้า
สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการขนส่ง รวมถึงแรงงานที่ไม่สามารถเดินทางเข้าปฏิบัติงานได้ ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนต้องชะลอหรือหยุดการผลิต และอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อ การส่งออก และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับภาระในการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งการทำความสะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อน การตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการจัดการวัตถุดิบและสินค้าที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งล้วนต้องใช้ทั้งเวลา บุคลากร และเงินทุนจำนวนมากก่อนจะสามารถกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้จำเป็นต้องรับมือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู โดย ส.อ.ท. จะทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม และเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการได้ตรงจุด และสามารถเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง
“สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการรู้ว่าผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่กำลังเผชิญกับปัญหาอะไร ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด และต้องการความช่วยเหลือด้านใด ส.อ.ท. จึงจะใช้เครือข่ายในแต่ละจังหวัดและแต่ละภูมิภาครวบรวมข้อมูล เพื่อให้การช่วยเหลือและการฟื้นฟูตอบโจทย์สถานการณ์จริงในพื้นที่” นางพิมพ์ใจ กล่าว
ส.อ.ท. ตั้ง War Room เชื่อมข้อมูลทั่วประเทศ ประเมินปัญหา–ผลกระทบ–ความต้องการ
ส.อ.ท. ได้จัดตั้ง War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือ โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม และเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค พร้อมจัดประชุมร่วมกับแต่ละจังหวัดและแต่ละภาค เพื่อรวบรวมและจัดทำข้อสรุปใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาที่เกิดขึ้น ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และความต้องการหรือข้อเสนอจากพื้นที่
ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดแนวทางช่วยเหลือของ ส.อ.ท. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง รวมถึงใช้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม
เดินหน้า 3 แนวทาง “Respond – Rescue – Recover”
จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังข้อมูลจากพื้นที่ ส.อ.ท. กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับผู้ประกอบการออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ Respond – Rescue – Recover ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดเหตุ การช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย
1.RESPOND : เตรียมพร้อมก่อนน้ำถึง
สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส.อ.ท. จะมอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดและเครือข่ายในแต่ละภูมิภาคเร่งเตรียมความพร้อม โดย
- สำรวจและรวบรวมรายชื่อ Supplier และแหล่งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม
- สำรวจความพร้อมและแหล่งจัดหา เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น
- รวบรวมข้อมูลแหล่งซื้อหรือผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว
- ประสานเครือข่ายในพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันสถานประกอบการและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
แนวทางดังกล่าวมุ่งให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสามารถ เตรียมอุปกรณ์และวางแผนรับมือได้ล่วงหน้า ก่อนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น
2.RESCUE : เร่งช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับผู้ประกอบการที่ ถูกน้ำท่วมแล้วหรือกำลังได้รับผลกระทบ ส.อ.ท. จะเร่งประสานการช่วยเหลือในพื้นที่ โดย
- สำรวจสมาชิกและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม เพื่อให้ทราบขอบเขตความเสียหายที่แท้จริง
- จัดหาและประสาน เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ที่จำเป็น สำหรับการระบายน้ำและช่วยเหลือสถานประกอบการ
- ระดมเครือข่ายในพื้นที่เพื่อจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้ทันต่อสถานการณ์
- รวบรวมปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุน
โดย ส.อ.ท. จะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว และจัดลำดับความต้องการตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
3.RECOVER : เร่งฟื้นฟูให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้า
หลังสถานการณ์น้ำลด ส.อ.ท. จะมุ่งสนับสนุนการฟื้นฟูสถานประกอบการ โดยเฉพาะความพร้อมในการกลับมาเปิดดำเนินการ ทั้งด้าน อาคาร ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต วัตถุดิบ และระบบขนส่ง พร้อมเตรียม ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมและบำรุงรักษา เพื่อให้คำแนะนำในการตรวจสอบความเสียหายและการเตรียมเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ก่อนกลับมาใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. จะติดตามผลกระทบต่อ Supply Chain เพื่อประเมินจุดที่ยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ และประสานข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการ เพื่อช่วยให้การผลิต การขนส่ง และการส่งมอบสินค้ากลับมาเชื่อมต่อกันได้โดยเร็ว
เร่งประสานแนวทางช่วยเหลือด้านการเงิน–ภาษี–โลจิสติกส์
ในด้านการฟื้นฟู ส.อ.ท. จะรวบรวมปัญหาและข้อจำกัดจากผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลต่อสภาพคล่องและต้นทุนการฟื้นฟู อาทิ
-ด้านการเงิน เสนอแนวทางสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและมีภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู
-ด้านภาษีและค่าธรรมเนียม ประสานแนวทางผ่อนปรนภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานประกอบการ
-ด้านโลจิสติกส์ ประสานแนวทางผ่อนปรนสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่สามารถขนส่งหรือส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนดจากผลกระทบของอุทกภัย รวมถึงการพิจารณายกเว้นหรือลดค่าปรับกรณีการขนส่งล่าช้าจากเหตุสุดวิสัย
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะถูกนำมาประกอบการจัดทำข้อสรุปจากแต่ละจังหวัดและภูมิภาค เพื่อให้ข้อเสนอและแนวทางช่วยเหลือสะท้อน ปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
นางพิมพ์ใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมหลังน้ำลดไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้โรงงานกลับมาเปิดดำเนินการเท่านั้น แต่ต้องทำให้ เครื่องจักรกลับมาใช้งานได้ แรงงานกลับเข้าสู่ระบบ การขนส่งกลับมาเดินหน้า และ Supply Chain สามารถเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง
“ส.อ.ท. จะทำงานตั้งแต่ก่อนเกิดผลกระทบ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด โดยใช้เครือข่ายของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยกันในแต่ละช่วง ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การช่วยเหลือเฉพาะหน้า ไปจนถึงการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง เป้าหมายสำคัญคือให้ผู้ประกอบการได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตรงกับปัญหา และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัย” นางพิมพ์ใจ กล่าว
ส.อ.ท.จะยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้ง การป้องกัน การช่วยเหลือ และการฟื้นฟู และร่วมกันลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่การผลิตของประเทศ
#น้ำ #พิมพ์ใจลี้อิสสระนุกูล #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย









