77 ปีวันชาติจีน สานต่อมิตรภาพ 51 ปี “จีน–ไทยพี่น้องกัน” ร่วมเปิดประตูโอกาสทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแห่งอนาคตทุกมิติ

77 ปีวันชาติจีน สานต่อมิตรภาพ 51 ปี “จีน–ไทยพี่น้องกัน” ร่วมเปิดประตูโอกาสทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแห่งอนาคตทุกมิติ

Advertisement

วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2026 สาธารณรัฐประชาชนจีนจะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 77 ปีแห่งการสถาปนาประเทศ ตลอดระยะเวลา 77 ปีที่ผ่านมา จีนได้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการเปิดกว้างและความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง โดยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างมั่นคง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเกิดการพัฒนาอย่างพลิกโฉม และจีนได้กลายเป็นคู่ค้าสำคัญของกว่า 160 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ขณะเดียวกัน การพัฒนาของจีนยังส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อโลก โดยในปีนี้ มี “หมุดหมายแห่งกาลเวลา” สำคัญหลายประการที่ควรค่าแก่การย้อนรำลึก และข้าพเจ้ายินดีที่จะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้กับมิตรชาวไทยทุกท่าน

77 ปีแห่งความมุ่งมั่นบากบั่น เส้นทางการพัฒนาของจีนได้เพิ่มความหลากหลายให้แก่กระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัยของโลก นับตั้งแต่ช่วงแรกของการสถาปนาประเทศ ซึ่งทุกอย่างยังรอคอยการฟื้นฟู ผ่านยุคปฏิรูปและเปิดประเทศที่นำมาซึ่งการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนถึงการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงในยุคใหม่ จีนใช้เวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษในการก้าวผ่านกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องใช้เวลาหลายร้อยปี และสร้าง “สิ่งมหัศจรรย์” ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วและสามารถรักษาเสถียรภาพทางสังคมได้ในระยะยาว จีนยังสามารถขจัดความยากจนขั้นรุนแรงได้สำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ บรรลุเป้าหมายการสร้างสังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งสร้างความก้าวหน้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาสีเขียว ตลอดจนเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาของจีนแสดงให้เห็นว่า ประเทศกำลังพัฒนาสามารถยึดสภาพความเป็นจริงและบริบทของตนเองเป็นพื้นฐาน บวกกับการเรียนรู้จากผลสำเร็จอันดีของอารยธรรมมนุษย์ เพื่อแสวงหาเส้นทางใหม่ในการก้าวสู่ความทันสมัยที่เหมาะสมกับตนเองได้

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 5 ปีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จีนมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 ต่อปี ขณะที่ผลสำเร็จจากความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมได้นำประโยชน์มาสู่ประชาชนในกว่า 120 ประเทศ “การบริหารประเทศแบบจีน” ยังคงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นอันทรงคุณค่าแก่ประชาคมโลก และเป็นพลังส่งเสริมเสถียรภาพให้แก่โลกอย่างต่อเนื่อง จีนเดินหน้าผลักดันการดำเนินงานตามข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลกอย่างแข็งขัน สถาบันเพื่อการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศได้เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ ขณะที่องค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลกและองค์กรอื่นๆได้รับการจัดตั้งขึ้นในประเทศจีน จีนพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายในการพิทักษ์ระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลางอย่างแน่วแน่ สนับสนุนให้กลไกความร่วมมือพหุภาคีระดับภูมิภาคเติบโตอย่างเข้มแข็ง และผลักดันการสร้างระบบธรรมาภิบาลโลกที่มีความเป็นธรรมและสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

ตลอด 105 ปีแห่งการสานต่อภารกิจและความมุ่งมั่น พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ยึดมั่นในหลักการ “ประชาชนต้องมาก่อน” เสมอมา ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 105 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดมั่นในภารกิจการสร้างความผาสุกแก่ประชาชนจีนและสร้างการฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของประชาชาติจีนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการศึกษา การรักษาพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ และการจ้างงาน ล้วนยึดการยกระดับความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นจุดเริ่มต้นและจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ผลแห่งการพัฒนาเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

โอกาสจากจีนกำลังกลายเป็นผลประโยชน์ที่ประชาชนในประเทศต่างๆ สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจจีนมีความยืดหยุ่นและเข้มแข็ง ตลาดขนาดใหญ่พิเศษของจีนยังคงปลดปล่อยแรงขับเคลื่อนจากภายในอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ “การผลิตอัจฉริยะของจีน” กำลังเผยถึงพลังและความมีชีวิตชีวารูปแบบใหม่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ไม่เพียงเป็นพิมพ์เขียวการพัฒนาของจีนเท่านั้น ยังเป็นการส่งคำเชิญไปยังนานาประเทศให้สร้างร่วมมือและแบ่งปันโอกาสแห่งการพัฒนาของจีน ปัจจุบันจีนดำเนินนโยบายภาษีศุลกากรร้อยละศูนย์แก่ 63 ประเทศ และเป็นประเทศที่มีการนำเข้าสูงเป็นอันดับสองของโลก 17 ปีติดต่อกัน อีกทั้งยังเปิดโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ในสาขาต่างๆแก่ประชาคมโลก อาทิ นิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ และ เทคโนโลยีควอนตัม เป็นต้น ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเกิดใหม่ของจีน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ต่างก็ขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในต่างประเทศอย่างแข็งขัน จีนจะยังคงเปิดประตูแห่งความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันให้กว้างยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการลงทุนของต่างชาติในประเทศจีน

51 ปีแห่งการร่วมทุกข์ร่วมสุข ความสัมพันธ์จีน–ไทยมีอนาคตที่สดใส นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วย ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน–ไทยที่มุ่งสู่ความเจริญรุ่งเรือง พร้อมลงนามความตกลงและเอกสารความร่วมมือมากกว่า 10 ฉบับ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และสาขาอื่น ๆ ทั้งสองฝ่ายจะกระชับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนา ผลักดันการก่อสร้างโครงการสำคัญ อาทิ รถไฟจีน–ไทย ขยายความร่วมมือในสาขาเกิดใหม่ อาทิ ยานยนต์พลังงานใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงานสะอาด ตลอดจนเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง เช่น การพนันออนไลน์ และ สแกมเมอร์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับความร่วมมือรูปธรรมจีน-ไทย และการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

คำว่า “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นประดุจญาติมิตรระหว่างประชาชนสองประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบาก ตลอดจนความปรารถนาร่วมกันที่จะฟื้นฟูและสร้างความเจริญก้าวหน้า การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายยังคงเติมเต็มพลังและความมีชีวิตชีวาให้แก่สายสัมพันธ์อันพิเศษนี้อย่างต่อเนื่อง เมื่อครอบครัวกลมเกลียว ทุกสิ่งย่อมเจริญรุ่งเรือง จีนพร้อมเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านที่ไทยสามารถไว้วางใจและพึ่งพาได้เสมอ เพื่อให้ผลแห่งความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างรากฐานแห่งมิตรภาพที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้มั่นคง และร่วมกันเปิดอนาคตที่ทั้งสองประเทศจะเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

#ไทยจีน #ความสัมพันธ์จีนไทย #สาธารณรัฐประชาชนจีน #สีจิ้นผิง