แรงอะ! “ลุงตู่” เผยกรณี “ปลัดอู้”โดนย้ายไปนั่งสภาพัฒน์ฯ แล้วยื่นใบลาออก ยืนยันไม่ยับยั้ง อยากลาออกก็ออกไปเป็นข้าราชการไม่พอใจไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง (ปลัดอู้) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง หลังมีคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า เป็นข้าราชการไม่พอใจไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ หากจะลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว ก็ลาออกไป และจะไม่ยับยั้งใบลาออก เรื่องนี้ไม่เกิดร้อยร้าวในรัฐบาล ตนหนักแน่นพอ ใครอยากลาออกอีกก็ให้ลาออก เรื่องนี้ไม่ปานปลาย ถ้าจะบานปลายก็เพราะสื่อมวลชนเอง
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องการลาออก ซึ่งในช่วงก่อนหน้าที่จะมีมติโยกย้ายนั้น ได้แจ้งให้ปลัดกระทรวงการคลังทราบก่อนแล้ว เนื่องจากในตำแหน่งที่ให้ไปนั้นมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งปลัดไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด ส่วนจะเสนอชื่อปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่นั้น คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายสมชัย สัจจพงศ์ ได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวกระทรวงการคลังในช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า พี่อู้ขอขอบคุณน้องๆทุกคน ที่ทำให้ชีวิตการรับราชการพี่มีความสุขตลอด 28 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่น้องๆได้สะท้อนต่อสาธารณะ ทำให้กระทรวงการคลังมีบทบาทต่อชีวิตของคนไทยทั้งชาติ ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร่วมทำงานกับน้องๆ ซึ่งหลายคนในราชการไม่เคยได้มีโอกาสอย่างพี่ พี่มีความสุขครับและจะจำความสุขนี้ในใจตลอดไปขอบคุณในมิตรภาพที่ดีที่มีต่อพี่ครับ รักครับ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ว่า การทำงานของนายสมชัยที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังมาประมาณ 2 ปี 8 เดือน นั้น ถือว่าทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะนายสมชัยมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน ทั้งด้านปฎิบัติและการออกนโยบาย ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.และอธิบดีกรมศุลกากร จนถึงปลัดกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตามการแม้ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง และเลขาธิการสศช. แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายในภาพรวม เพราะที่ผ่านมา ได้มีการวางงโครงสร้างและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการปฎิรูป 11 ด้าน และหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันทำงานปฎิรูป โดยเฉพาะเศรษฐกิจมีความคืบหน้ามากที่สุด ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล การปรับอันดับความยากง่ายของประเทศที่น่าลงทุน เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 46 เป็น 26 รวมทั้งดัชนีการต่อต้านคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งหากสรรหาข้าราชการมาดำรงทั้ง 2 ตำแหน่งได้ ก็สามารถขับเคลื่อนและเดินหน้านโยบายต่อได้ทันที โดยคาดว่าภายใน 1 เดือนน่าจะหาผู้ที่เหมาะสมได้
ภาพจากแฟ้มข่าว









