SC จับมือธนาคารกรุงเทพ นำเสนอโซลูชันทางการเงินแก่ลูกค้า “สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน” ชูคอนเซ็ปต์ “บ้านและคอนโดก็ได้ เงินฝากก็อยู่”

SC จับมือธนาคารกรุงเทพ นำเสนอโซลูชันเพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน “สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน” มอบทางเลือกใหม่ในการซื้อบ้านให้ผู้บริโภค โดยใช้เงินฝากเป็นหลักประกัน ไม่ต้องจ่ายเงินสด ไม่ต้องจดจำนอง ไม่ต้องยื่นสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติม ชูจุดเด่น “บ้านและคอนโดก็ได้ เงินฝากก็อยู่” ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินฝาก และส่งเสริมการออมเงินระยะยาว เงินฝากยังคงอยู่ และได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไข ช่วยให้ผู้ซื้อมีเงินทุนสำรองสำหรับใช้จ่ายในอนาคต ทั้งในกรณีฉุกเฉิน และในยามเกษียณ ทางเลือกนี้ยังช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยอีกด้วย
วันที่ 2 กันยายน 2569 นายมงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า SC ได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ร่วมส่งมอบประสบการณ์การบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า ภายใต้ชื่อ “สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านใช้ “บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ” เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ทำให้เป็นเจ้าของบ้านและคอนโดได้ โดยไม่ต้องถอนเงินสดออกจากบัญชี เพื่อชำระค่าบ้าน
“ถ้าซื้อบ้านด้วยเงินสด ผู้ซื้อก็จะเสียโอกาสได้รับดอกเบี้ย รวมถึงอาจสูญเสียผลตอบแทนจากเงินฝาก แต่ถ้ากู้ซื้อบ้านด้วยวิธีการทั่วไป ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายจากการจดจำนอง SC และธนาคารกรุงเทพ จึงได้ร่วมกันผลักดันโซลูชันใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ที่ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านสามารถบริหารเงินได้อย่างยืดหยุ่น โดยใช้บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพมาเป็นหลักประกัน ไม่ต้องจดจำนอง ไม่ต้องยื่นทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติม และสามารถรับดอกเบี้ยเงินฝากได้ตามปกติ” นายมงกุฎ กล่าว
สำหรับสินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน เพื่อที่อยู่อาศัย เป็นสินเชื่อที่มาในในคอนเซ็ปต์ “บ้านและคอนโดก็ได้ เงินฝากก็อยู่” ครอบคลุมทั้งการปลูกสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าเงินฝากค้ำประกัน พร้อมระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี มีจุดเด่นของสินเชื่อ 4 ด้าน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Low Cost) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสมทรัพย์ +1.50% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ +1.75% เงินฝากยังสร้างผลตอบแทน (Deposit & Earn) ให้เงินทำงานต่อในขณะที่มีบ้าน,ใช้เพียงเงินฝากเป็นหลักประกัน (Asset Friendly) ไม่ต้องจดจำนอง หรือใช้หลักทรัพย์เพิ่มเติม และยืดหยุ่นสูง (Full Flexibility) โดยสามารถลด หรือปิดยอดหนี้ได้ทุกเมื่อ และไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อชำระคืนก่อนกำหนด
ด้านนางกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวเสริมว่า การใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อบ้านและคอนโดให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการบริหารการเงิน เช่น การนำเงินลงทุนไปสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และการเก็บออมเงินเพื่ออนาคต ซึ่งสินเชื่อเงินฝากเป็นหลักประกัน เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินก้อน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินที่หลากหลาย
สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน” เป็นการช่วยส่งเสริมการออมเงินในระยะยาว เพราะเงินฝากยังคงอยู่ และได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไข ช่วยให้ผู้ซื้อมีเงินทุนสำรองสำหรับใช้จ่ายในอนาคต ทั้งในกรณีฉุกเฉิน และในยามเกษียณ ทางเลือกนี้ยังช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยอีกด้วย” นางกนกอร กล่าว
สำหรับผู้ที่สนใจในสินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกันสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อ ตลอดจนโครงการบ้านและคอนโดที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://sc.scasset.com/Hj5R
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
*อัตราดอกเบี้ย 1.75% -2.65% ต่อปี คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสมทรัพย์ + 1.50% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ +1.75% โดย ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสมทรัพย์ ลูกค้าบุคคลธรรมดา = 0.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ลูกค้าบุคคลธรรมดา อยู่ระหว่าง 0.65%-0.90% ต่อปี โดย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการฝาก
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ตามประกาศธนาคารรายละเอียดการคำนวณ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือโทร. 1333 หรือ www.bangkokbank.com
#SC