ETL มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ดีมานด์ขนส่งฟื้น เจาะกลุ่มมาร์จิ้นสูง พัฒนาบริการ-เชื่อมเส้นทางระดับภูมิภาค

บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ หรือ ETL เปิดแผนครึ่งปีหลัง 2569 มั่นใจธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดนฟื้นตัวต่อเนื่อง เดินหน้าปรับกลยุทธ์เน้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และตู้ควบคุมอุณหภูมิมาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ขนส่งทั่วภูมิภาค พร้อมบริหารเที่ยวรถเที่ยวเปล่า-จัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายเครือข่ายเส้นทางขนส่งต่อเนื่อง สู่ภูมิภาคเอเชียกลาง ประเทศรัสเซีย และภูมิภาคยุโรปตะวันออก ควบคู่การยกระดับบริการ และการดำเนินงานด้าน ESG มุ่งสร้างผลการดำเนินงานเติบโตอย่างยั่งยืน

Advertisement

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายธเนศ เมฆินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เปิดเผยถึง ทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดว่าธุรกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้น สำหรับช่วงไตรมาส 3/2569 บริษัทเริ่มดำเนินกลยุทธ์การปรับสัดส่วนงานขนส่งในกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้และกำไรที่เหมาะสมมากขึ้น แทนการเพิ่มปริมาณงานขนส่งเพียงอย่างเดียว อาทิ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจหลักและมีแนวโน้มเติบโตจากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย และ การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีกทั้งยังมีการเพิ่มสัดส่วนกลุ่มตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Supply Solution) พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานตู้แช่เย็น ซึ่งปริมาณงานดังกล่าวมีแนวโน้มความต้องการขนส่งสูงขึ้น

แม้ช่วงดังกล่าวจะสิ้นสุดฤดูกาลทุเรียนของประเทศ แต่บริษัทมีแผนต่อยอดการขนส่งไปยังประเทศมาเลเซีย ในกลุ่มสินค้าทุเรียนเกรดพรีเมียม และ มะพร้าว ซึ่งเป็นการขนส่งระยะไกลไปยังประเทศจีน เพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดโมเดลบริการ ONE Price ซึ่งรวมบริการรถขนส่งและคลังจัดเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิไว้ด้วยกัน โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการใช้งานตู้แช่เย็นเป็น 200 ตู้ต่อเดือน สำหรับให้บริการกระจายสินค้าทั่วกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน รวมถึงเตรียมเครื่องปั่นไฟพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ให้เพียงพอ พร้อมปรับปรุงเวลาในการหมุนรอบตู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายการขนส่งจากประเทศจีนและภูมิภาคอาเซียนไปยังภูมิภาคเอเชียกลาง อาทิ ประเทศคาซัคสถาน ประเทศอุซเบกิสถาน ประเทศมองโกเลีย และประเทศจอร์เจีย รวมถึงแผนการขยายการเชื่อมต่อไปยังประเทศรัสเซียและภูมิภาคยุโรปฝั่งตะวันออก โดยร่วมมือกับเครือข่ายสำนักงานของบริษัท และ พันธมิตรทางธุรกิจ ในการควบคุมและเพิ่มปริมาณงาน พร้อมขยายการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งการขนส่งทางถนน, รถไฟ, ทางเรือ และ ทางอากาศ เพื่อเพิ่มทางเลือกการขนส่งที่หลากหลายให้กับลูกค้า

ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน โดยบริษัทเริ่มดำเนินการแผนการควบคุมปริมาณการขนส่งทั้งเที่ยวไปและกลับให้มีความสมดุล เพื่อลดภาระการขนส่งเที่ยวรถเปล่า และปรับใช้การจ้างรถภายนอกสำหรับการขนส่งเที่ยวเดียว เพื่อช่วยลดต้นทุนดังกล่าว ขณะที่เส้นทางระหว่างประเทศไทย–ประเทศมาเลเซีย–ประเทศสิงคโปร์ยังมีความสมดุลของการเดินรถในระดับดี

“ETL ยังคงเดินหน้าสร้างคุณภาพของรายได้และกำไร ควบคู่กับการขยายบริการและเส้นทางที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ เราจะเลือกงานที่เหมาะสม เพิ่มการใช้ตู้ควบคุมอุณหภูมิ และ บริหารเที่ยวรถให้มีประสิทธิภาพ พร้อมขยายการขนส่งหลายรูปแบบไปยังตลาดใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้าน ESG และ การพัฒนามาตรฐานองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นให้กับบริษัทในระยะยาว” นายธเนศ กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 1,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และขาดทุนสุทธิ 33.6 ล้านบาท โดยยังสามารถรักษาปริมาณการขนส่งข้ามพรมแดนเฉลี่ย 2,000 เที่ยวต่อเดือน เดินหน้าปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านต้นทุนและความต้องการของลูกค้า ทั้งการบริหารความไม่สมดุลของเที่ยวรถ การปรับราคาค่าน้ำมันร่วมกับลูกค้า และการพัฒนาเครือข่ายการขนส่ง ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสนับสนุนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างรายได้และความสามารถในการทำกำไรแข็งแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้

#ตู้ควบคุมอุณหภูมิ #ETL #ธเนศเมฆินทรางกูร #ธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดน #ESG