กระทรวงศึกษาธิการจับมือออมสิน แก้หนี้ครูครั้งใหญ่ หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.50% จาก 6-7% ถึงสิ้นปี 2570 เช็ครายละเอียดที่นี่
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศข่าวดีครั้งสำคัญแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เปิดโครงการ ‘ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน’ ผนึกกำลังกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และธนาคารออมสิน ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือเพียงร้อยละ 3.50 ต่อปี ถึงสิ้นปี 2570 ช่วยให้เงินงวดของครูถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสปิดจบหนี้ได้เร็วกว่าเดิม
สำหรับปัญหาหนี้สินครูเป็นปัญหาที่พูดถึงกันมายาวนาน แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังเปลี่ยนจาก ‘การรับรู้ปัญหา’ ไปสู่ ‘การลงมือแก้ไขที่วัดผลได้จริง’ เพราะเมื่อครูต้องแบกรับภาระหนี้สูง ย่อมกระทบทั้งคุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจในการทำงาน และความมั่นคงหลังเกษียณ การดูแลครูให้มีชีวิตที่มั่นคงจึงไม่ใช่เพียงเรื่องสวัสดิการ แต่เป็นการดูแลคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยทั้งระบบ
ปัจจุบันโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. มีบัญชีสินเชื่อคงค้างในระบบกว่า 291,185 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระที่ครูจำนวนมากต้องแบกรับ กระทรวงศึกษาธิการจึงเร่งประสานธนาคารออมสินออกแบบมาตรการที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ย และทำให้การชำระหนี้ของครูเกิดผลกับเงินต้นมากที่สุด
สาระสำคัญของมาตรการ คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งมีสถานะปกติ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญายังไม่ครบกำหนดในปี 2569 ให้เหลือเพียงร้อยละ 3.50 ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 จากเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 6–7 ต่อปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไปตลอดอายุสัญญาจะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 2.00 ต่อปี หรือ MRR ลบ 2.00 ต่อปี ตามอัตราอ้างอิงในสัญญากู้เงินเดิม โดยลูกหนี้ยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่อดอกเบี้ยลดลง เงินงวดจะถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น
สำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. หรือ ช.พ.ส. ผู้มีหนี้ค้างชำระเกิน 1 เดือน หรือผู้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ ธนาคารออมสินเปิดโอกาสให้ติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขา เพื่อปรับปรุงสถานะให้เป็นไปตามเงื่อนไข ก่อนรับสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการลดดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน
โดยผู้เป็นสมาชิก ช.พ.ค. หรือ ช.พ.ส. ที่ได้รับแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม–31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิกและประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
นายประเสริฐกล่าวว่า “นี่คือมาตรการที่ครูสัมผัสได้จริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ การลดดอกเบี้ยจากประมาณ 6–7% เหลือ 3.50% หมายถึงเงินงวดทุกเดือนของครูจะถูกนำไปลดเงินต้นมากขึ้น หนี้จึงมีโอกาสหมดเร็วขึ้น เราต้องการให้ครูเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ปล่อยให้ครูต่อสู้กับปัญหาหนี้เพียงลำพัง”
นายประเสริฐย้ำว่า ภารกิจแก้หนี้ครูจะไม่จบลงเพียงการลดดอกเบี้ย กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดันการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน หรือ Financial Literacy ให้แก่ครูทุกช่วงวัย เพื่อสร้างทักษะการวางแผนรายรับ–รายจ่าย การบริหารหนี้ และการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ ควบคู่กับการพัฒนาสวัสดิการด้านสุขภาพ ที่พักอาศัย และคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ
นายประเสริฐทิ้งท้ายว่า “ครูคือผู้ดูแลอนาคตของลูกหลานเรา หน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องดูแลชีวิตของครูให้มั่นคงเช่นกัน วันนี้เราเริ่มจากการลดดอกเบี้ยให้เห็นผลจริง และจะเดินหน้าสร้างระบบสวัสดิการที่ทำให้ครูมีความสุข มีศักดิ์ศรี และสามารถทุ่มเทให้กับห้องเรียนได้อย่างเต็มที่ เพราะการดูแลครู คือการลงทุนกับอนาคตของเด็กไทยทั้งประเทศ”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ / www.gsb.or.th / GSB Contact Center โทร. 1115
ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารออมสินกำหนด
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ศึกษาธิการ #แก้หนี้ครู #ออมสิน









