อนุผลิต นบข.เร่งหารือมาตรการช่วยเหลือชาวนา ลดต้นทุน–เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ย้ำมาตรการดูแลราคาข้าวยังเดินหน้า
วันที่ 15 ส.ค.69 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการ นบข. ด้านการผลิต (อนุผลิต นบข.) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมการข้าวเป็นเลขานุการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างหารือแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติม ทั้งการช่วยเหลือค่าบริหารจัดการ การลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับมาตรการที่ นบข. ได้อนุมัติไว้แล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุด เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการ นบข. ด้านการผลิต มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และอธิบดีกรมการข้าวเป็นเลขานุการ
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มอบหมายให้อนุผลิต นบข. ศึกษาข้อเสนอของเกษตรกรเกี่ยวกับค่าบริหารจัดการ การลดต้นทุน และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยให้นำมาตรการที่ นบข. อนุมัติไว้แล้วมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้มาตรการต่างๆ เชื่อมโยงกันและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับมาตรการที่ดำเนินการอยู่ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ประชุม นบข. ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) จำนวน 5 โครงการ เป้าหมายรวม 11.50 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท พร้อมอนุมัติเงินเพิ่มเติมสำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือ “ไร่ละ 1,000 บาท” ปีการผลิต 2568/69 วงเงิน 1,846.96 ล้านบาท รวมวงเงินที่ นบข. อนุมัติทั้งสิ้น 12,039.54 ล้านบาท
โดยมาตรการทั้ง 5 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก ให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อชะลอการขาย โดยเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง มีค่าฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน กรณีเก็บที่สหกรณ์ แบ่งเป็นสหกรณ์ 900 บาท และเกษตรกร 600 บาทต่อตัน 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมและรับซื้อข้าว โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการโรงสีในการเก็บสต็อก เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก สนับสนุนให้โรงสีเก็บสต็อกข้าวเป็นระยะเวลา 2–6 เดือน โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 4. โครงการดูดซับข้าวเปลือก เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) ผ่านโรงสี รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาด 300 บาทต่อตัน และ 5. โครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 เป้าหมาย 266 กลุ่มเกษตรกร สนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับพัฒนาการผลิต กลุ่มละ 300,000 บาท
นายวิทยากรกล่าวอีกว่า มาตรการทั้ง 5 โครงการจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยดูดซับผลผลิต ชะลอข้าวออกสู่ตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมาก เพิ่มสภาพคล่องให้สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและดูแลรายได้ของเกษตรกร ขณะที่แนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จะเน้นให้สอดคล้องกับมาตรการเดิมและตอบโจทย์การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาในระยะยาว
#ช่วยเหลือชาวนา #ลดต้นทุน #ราคาข้าว #ข้าว #กระทรวงพาณิชย์









