บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดงบไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 26 ล้านบาท พุ่งแรง 84% ปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าชีวมวล และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ฟากผู้บริหาร “ดร.แคทลีน มาลีนนท์” ย้ำความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในธุรกิจพลังงานสะอาด เดินหน้าพัฒนา Solar Big Lot เฟส 1–2 พร้อมจับมือพันธมิตรผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ระดับโลก คาดเริ่มทยอย COD ต้นปี 2570 ได้ตามแผนที่วางไว้ พร้อมเข้าร่วมประมูลและพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่อง
วันที่ 14 ส.ค.69 ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 26.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 84.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 14.1 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 132.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 107.5 ล้านบาท
ปัจจัยที่สนับสนุนทำให้มีผลกำไรปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ มาจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าชีวมวล และบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายและบริการลดลง 19.9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีต้นทุนทางการเงินลดลงกว่า 28.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น รวมถึงได้ทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน (Project Finance)
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลและพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มอัตรากำไรในธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน คู่ค้าและสถาบันการเงิน ตามเป้าหมายเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ต่อไป
ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ Solar Big Lot เฟส 1–2 กำลังการผลิตเสนอขายรวม 229.06 เมกะวัตต์ อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ชั้นนำระดับโลก ทั้ง LONGi, Astronergy และ Sungrow เพื่อเสริมศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาโครงการ โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานด้านวิศวกรรม (Engineering) และการจัดหาอุปกรณ์ (Procurement) เพื่อรองรับการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตามแผนที่วางไว้
สำหรับ Solar Big Lot ระยะแรก จำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 30.20 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าหมายดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ช่วงต้นปี 2570 ก่อนทยอย COD อีก 24 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 198.86 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2571–2573 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) และสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
“Solar Big Lot ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยยกระดับการเติบโตของ TSE ในระยะยาว จากการเพิ่มสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำและกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ ขณะเดียวกันการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกจะช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านเทคโนโลยีและการบริหารต้นทุน ทำให้สามารถเดินหน้าพัฒนาโครงการได้ตามเป้าหมายและต่อยอดโอกาสการลงทุนในพลังงานสะอาดในอนาคต” ดร.แคทลีน กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าความต้องการพลังงานสะอาดของไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการสนับสนุนของภาครัฐและความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทฯ ต่อยอดความเชี่ยวชาญและขยายพอร์ตโครงการพลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยกลุ่มบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม









