กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-34.00 ราคาน้ำมันพุ่งรอบใหม่ กดดันบาทอ่อน
วันที่ 20 ก.ค.69 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.62 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.32-33.64 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบเกือบ 15 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเยน หลังรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯต่ำเกินคาด โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงสู่ระดับ 3.5% และ 2.6% ตามลำดับ
ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตบ่งชี้การชะลอตัวเช่นกัน ตัวเลขดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแลความเสี่ยงด้านขาขึ้นของเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ประธานเฟดระบุว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ควรตอบสนองต่อข้อมูลเพียงเดือนเดียว พร้อมเตือนว่ายังไม่อาจถือได้ว่าภารกิจควบคุมเงินเฟ้อสำเร็จแล้ว อนึ่ง ถ้อยแถลงประธานเฟดสะท้อนมุมมองที่ว่าอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้าน AI เป็นแรงกดดันชั่วคราว โดยในระยะกลางถึงยาวยังคงมองว่า AI จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านอุปทานของเศรษฐกิจและมีส่วนช่วยจำกัดเงินเฟ้อในที่สุด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 13,677 ล้านบาท และ 286 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดเข้าสู่ช่วงงดการสื่อสารก่อนการประชุมวันที่ 29 กรกฎาคม ตลาดยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยราคาน้ำมันดิบที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนค่าเงินดอลลาร์ขึ้นในช่วงนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงครั้งใหม่ ส่งผลให้ทิศทางภาวะอุปทานพลังงานโลกเลวร้ายลง การที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอีกระลอก นักลงทุนจะยิ่งคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ประเมินไว้ กรณีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลากยาวยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อมุมมองของเราที่คาดว่าเงินดอลลาร์จะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าในระยะต่อไป นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันที่ 23 กรกฎาคม
ส่วนปัจจัยในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการเคลื่อนไหวของเงินบาทสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค โดยเงินบาทที่อ่อนค่าลงสนับสนุนภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนว่าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ









