Round 2 Solutions แนะธุรกิจยกระดับสู่ Connected Enterprise ใช้ AI และ Cloud ERP ขับเคลื่อนการเติบโตในโลกยุค Disruption

Round 2 Solutions ภายใต้กลุ่ม G-ABLE ชี้องค์กรไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับสู่ Connected Enterprise เพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเทคโนโลยี AI, Cloud ERP และการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ End-to-End จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ เสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนสูง

Advertisement

วันที่ 15 ก.ค.69 นายวิเชียร ลัญฉนะวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด (Round 2 Solutions) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) (G-ABLE) ผู้ให้บริการด้านระบบไอทีและดิจิทัลโซลูชัน แบบครบวงจร (Tech Enabler) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีฐานลูกค้าระดับองค์กร Enterprise ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ LNG และวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีความผันผวนสูง ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์ การผลิต และห่วงโซ่อุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงปัจจัยภายนอกที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้ องค์กรจึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการ Restructure and Reset เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ Energy Shock ที่ต้องอาศัย Visibility และ Agility เพื่อรับมือความผันผวนของต้นทุน, Disruption ที่ต้องสร้าง Resilience และ Adaptability เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ และ Long-Term Structural Impacts ที่ต้องใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยหัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานในแต่ละส่วนขององค์กรเข้าด้วยกันได้สำเร็จ เพื่อมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

โดยภายใต้บริบทดังกล่าว แนวคิด Connected Enterprise ถูกยกระดับให้เป็นแกนกลางของการเปลี่ยนผ่านองค์กร โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และระบบงานเข้าด้วยกันแบบ End-to-End เพื่อสร้างความสามารถในการมองเห็นธุรกิจแบบเรียลไทม์ ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยมีเทคโนโลยี AI และ Cloud ERP เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน

ทั้งนี้ SAP S/4HANA Cloud ภายใต้แนวคิด GROW with SAP ได้ถูกนำเสนอผ่าน “R2 GROW Fast Package” ซึ่งเป็นโซลูชันที่สามารถ Go-Live ได้ภายใน 16 สัปดาห์ ครอบคลุมกระบวนการสำคัญทางธุรกิจ ได้แก่ การจัดซื้อ การขาย การบริหารสินค้าคงคลัง และการเงิน พร้อมรองรับการใช้งาน AI ผ่าน SAP Joule รวมถึงมี Package เรื่อง GROW Fast – Process Automation และ GROW Fast – Data Analytics ที่องค์กรสามารถเลือกหัวข้อ business automation หรือ data analytics จากหลากหลายหัวข้อ (pre-defined cases) ไปติดตั้งใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

“วันนี้โจทย์ขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่คือการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้ จะมีความได้เปรียบทั้งในด้านการตัดสินใจ ความคล่องตัว และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เรามองว่า Connected Enterprise ไม่ใช่เป้าหมายด้านไอที แต่เป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุค Disruption ได้อย่างแท้จริง” นายวิเชียรกล่าวทิ้งท้าย